09 กันยายน 2559

Tech Startup ธุรกิจมาแรงของคนอยากรวย

ปัจจุบัน Startup ผุดขึ้นมาให้เห็นในวงการธุรกิจอย่างมากมายส่วนใหญ่เกิดจากการแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน

หรือเห็นโอกาสที่ยังไม่มีใครเคยเห็น เหมือนอย่าง Tech Startup ก็ถือเป็นหนึ่งใน Startup ยอดนิยมที่เกิดจากการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเกิดขึ้นมาเพื่อตอบรับกระแสของโลกโดยส่วนใหญ่เปิดบริษัทจากคนเพียงไม่กี่คน วางแผนมาเพื่อเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยสินค้าที่ทำออกมาคือซอฟท์แวร์หรือ แอพพลิเคชัน ที่มีการลงทุนไม่สูง และหากมีการวางแผนธุรกิจที่ดี มีไอเดีย สามารถสร้างผลงานให้คนใช้ได้ทั่วโลก ก็จะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ทำให้หลายคนคิดอยากก้าวเข้าสู่วงการนี้เพราะการขยายธุรกิจผ่านเทคโนโลยีเป็นไปได้อย่างสะดวกรวดเร็วทุกที่ทุกเวลา แถมหากพัฒนาแอพพลิเคชันออกมาแล้วได้รับความนิยม รายได้ก็อาจจะเพิ่มมากขึ้นแบบก้าวกระโดดในขณะที่รายจ่ายไม่ได้เพิ่มอะไรมากมาย
อย่าลืมว่าธุรกิจTech Startup เป็นธุรกิจที่ทำได้ไม่ยากนักและที่สำคัญเงินลงทุนไม่สูง ทำให้ความยั่งยืนก็อาจจะน้อยตามไปด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเห็นได้จากTech Startup หลายรายเปิดตัวอย่างสวยงาม แต่สักพักต้องปิดตัวไปอย่างเงียบๆ แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะทุกราย เพราะก็มีอีกหลายรายที่ยังคงเติบโตได้ดีอย่างเช่นธุรกิจ FoodStory แอพพลิเคชันจัดการร้านอาหารที่สามารถคว้ารางวัลสุดยอด SME แห่งปี 2016 จากรายการเรียลลิตี้ธุรกิจชื่อดัง SME ตีแตก The Final 2016ที่ยังคงเติบโตอย่างยั่งยืนได้จนถึงปัจจุบัน
FoodStory เป็นธุรกิจที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา จากความคิดของสองเพื่อนสนิท ยิม ฐากูร ชาติสุทธิผล และแจ็คชวินศุภวงศ์ด้วยมิตรภาพความเป็นเพื่อนที่มีมากว่า15 ปีบวกกับความชอบและหลงใหลในการรับประทานอาหารเหมือนกัน และมักจะเกิดความหงุดหงิดเสมอเวลาเจอร้านอาหารที่อร่อยแต่กลับมีระบบบริหารจัดการร้านที่ไม่มีประสิทธิภาพ เช่น พนักงานรับออเดอร์รายการอาหารด้วยการจดลงกระดาษความผิดพลาดในการสั่งอาหารของพนักงาน ความล่าช้าของขั้นตอนการเก็บเงิน เป็นต้น
เมื่อเจอปัญหาดังกล่าวว่า ทั้งสองคนคิดตรงกันว่าต้นเหตุปัญหาเกิดจากการที่ร้านอาหารยังใช้ระบบ Offline อยู่ ทั้งๆที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของประเทศก้าวเข้าสู่โลกของ Onlineแล้ว ทั้งคู่จึงคิดว่าต้องหาระบบที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้กับเจ้าของร้านอาหารเพราะเมื่อ 5 ปีที่ผ่านมา ยังไม่มีแอพพลิเคชันไหนตอบโจทย์ความต้องการของร้านอาหารและอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าโดยเฉพาะในเรื่องการแสดงความคิดเห็นจากผู้ใช้บริการจริง เพราะแอพพลิเคชันส่วนใหญ่รองรับการให้บริการของโรงแรม รีสอร์ทแต่ในส่วนของร้านอาหารกลับไม่มีแอพพลิเคชันที่ช่วยทำให้เห็นภาพของร้านอาหารและการแสดงความคิดเห็นของผู้ใช้บริการจริง
FoodStoryจึงถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นแอพพลิเคชันที่จะช่วยทำให้ร้านอาหารเข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นและลูกค้าเองก็สามารถหาร้านอาหารที่ตรงความต้องการได้อย่างเหมาะสม โดยมีแนวคิดในการเริ่มต้นก้าวเข้าสู่ความเป็น Tech Startup ที่น่าสนใจและเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับใครที่กำลังตัดสินใจก้าวเข้าสู่วงการนี้
1. การผสมผสานอย่างลงตัวยิมเป็นเจ้าของธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับแอพพลิเคชัน ส่วนแจ็ค เป็นเจ้าของธุรกิจร้านอาหาร การมาเจอกันของทั้งคู่เป็นการนำความถนัดของแต่ละคนมารวมกันบวกกับความชอบและความคิดอยากปฏิวัติวงการร้านอาหารเหมือนกันจนกลายเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เกิดธุรกิจนี้ขึ้นซึ่งถือเป็นข้อดีเพราะแต่ละคนสามารถเติมเต็มในส่วนที่ขาดของกันและกันได้
2. หาปัญหาให้เจอ Tech Startup ส่วนใหญ่ เกิดขึ้นมาจากการมองเห็นปัญหารอบตัว สำหรับ FoodStoryก็เช่นกันยิมและแจ็คมองเห็นปัญหาของร้านอาหารจากมุมมองของตัวเองในการเป็นลูกค้า และเห็นโอกาสของธุรกิจร้านอาหารที่ยังคงเติบโตได้เมื่อปัญหาและโอกาสมาเจอกันในจังหวะที่เหมาะสม การสร้างแอพพลิเคชันFoodStoryที่ช่วยแก้ปัญหาให้กับกลุ่มเป้าหมายได้ จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโต 

3. ออกแบบแอพพลิเคชันให้เป็นมิตรกับลูกค้า หัวใจสำคัญของธุรกิจ Tech Startup คือ การทำให้ลูกค้าเลือกใช้แอพพลิเคชันของเรา ดังนั้น FoodStory จึงมุ่งมั่นพัฒนาจนมีความพร้อมมากที่สุดแม้ในช่วง 3 ปีแรกจะเป็นช่วงที่มีแต่รายจ่าย รายได้แทบไม่มี แต่เพื่อสิ่งที่ดีที่สุด FoodStoryก็อดทนรอเพื่อสร้างแอพพลิเคชัน 
ให้ใช้งานง่ายและเป็นมิตรกับผู้ใช้มากที่สุด 

4. มองว่าแอพพลิเคชันอื่นไม่ใช่คู่แข่งแต่เป็นส่วนเติมเต็มเพราะไม่ได้เก่งทุกอย่างแต่เลือกโฟกัสบางอย่าง แล้วมองหาเพื่อนที่ดีเพื่อช่วยผลักดันให้ธุรกิจเติบโตและสามารถตอบสนองธุรกิจร้านอาหารอย่างครบวงจรดังนั้นการจับมือกับแอพพลิเคชันพันธมิตร เช่น แอพพลิเคชันบริการส่งอาหารจึงช่วยอำนวยความสะดวกต่อผู้ประกอบการร้านอาหารที่ไม่ต้องเสียเวลาพูดคุยกับลูกค้าทีละราย เพราะลูกค้าสามารถสั่งอาหารออนไลน์ ซึ่งจะเด้งเข้าระบบของร้านและการคำสั่งนี้จะถูกส่งต่อไปยังระบบบริการส่งสินค้าในเวลาเดียวกัน เรียกได้ว่ารวดเร็วและเป็นประโยชน์สำหรับทุกฝ่ายและแอพพลิเคชัน ช่วยจัดการระบบบัญชี เพื่อรองรับระบบหลังบ้านของร้านอาหาร จึงเป็นการเชื่อมโยงของพันธมิตร ที่นอกจากจะช่วยขยายฐานลูกค้าแล้ว ยังช่วยเติมเต็มตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าอย่างครบครัน
ทำธุรกิจ ต้องถึก ดื้อ แต่ไม่ด้าน ฟังความคิดเห็นของคนรอบข้างแล้วมาปรับใช้”หลักในการทำธุรกิจที่ยิม ฐากูร ฝากไว้สำหรับผู้ที่กำลังเข้าสู่วงการ Tech Startupเพราะการทำธุรกิจในปัจจุบันมีความท้าทายและเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา สิ่งสำคัญที่เจ้าของธุรกิจทุกคนควรมี คือ ความขยันและอดทน ยิ่งเวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรค อย่าท้อแท้หรือถอยไปง่ายๆ ต้องดื้อในความคิดและมีความเชื่อมั่นว่าสิ่งที่คิดและสิ่งที่ทำมันเป็นไปได้ แต่ความดื้อต้องมีขอบเขตที่เหมาะสม อย่าดื้อจนไม่รับฟังความคิดเห็นของคนรอบข้าง ที่อาจมองเห็นจุดอ่อนหรือข้อด้อยของธุรกิจได้ดีกว่าที่เรามองเอง
เพราะธุรกิจ Tech Startupหรือ Startupส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากกระแสของโลกในขณะนั้น ความอดทน รอคอย รักในสิ่งที่ทำของเจ้าของธุรกิจ รวมทั้งมุ่งมั่นตั้งใจสร้างธุรกิจเพื่อตอบโจทย์ความต้องการและช่วยแก้ไขปัญหาของลูกค้าจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืนได้แม้จะมีหลายคนเคยกล่าวไว้ว่า Startup ส่วนใหญ่มักจะร่วงก่อนรุ่งก็ตาม
ที่มาของภาพ : นิตยสาร Marketeer

29 กรกฎาคม 2559

บทความดีดี ได้แง่คิด

“ซื่อสัตย์ “ ถูก หนุ่มน้อยนามว่า
“ฉลาด” ทิ้งลงทะเล
ซื่อสัตย์พยายามว่ายน้ำ
จนมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง

เมื่อขึ้นฝั่งได้ ซื่อสัตย์ ก็นอนพักอยู่บนหาดทราย และพยายามคิดหาวิธีที่จะกลับฝั่ง และก็หวังจะมีเรือของใคร
ผ่านมาทางนี้บ้าง

ไม่นาน ซื่อสัตย์ก็ได้ยินเสียงเพลงแววมาแต่ไกล จึงรีบลุกขึ้นและมองไปยังต้นเสียง มีเรือลำหนึ่งกำลังมุ่งมายังเกาะนี้ บนเรือลำนั้นมีธงผืนเล็กโบกสะบัดอยู่ บนธงนั้นเขียนคำว่า “ความสุข” ที่แท้เป็นเรือของความสุขนั่นเอง

ซื่อสัตย์จึงตะโกนเรียก...
“ความสุข ความสุข ผมซื่อสัตย์ คุณช่วยพาผมขึ้นฝั่งได้ไหม?”

เมื่อความสุขได้ยิน จึงตอบไปว่า
ไม่ได้ ไม่ได้
หากผมพาคุณขึ้นมาด้วย
ผมจะหมดสุข
คุณดูสิ ผู้คนมากมายในสังคมยุคนี้
ี้ที่พูดความจริงแล้ว
กลับไม่มีความสุข
ขอโทษนะ ซื่อสัตย์
ผมรับคุณขึ้นมาไม่ได้
พูดเสร็จ ความสุขก็จากไป

ผ่านไปสักครู่หนึ่ง “ตำแหน่ง” ก็ผ่านมา
ซื่อสัตย์ตะโกนเรียกเช่นเดิม

ตำแหน่ง ตำแหน่ง ผมซื่อสัตย์ ผมขออาศัยเรือของคุณ
ขึ้นฝั่งได้ไหม?

ตำแหน่ง พอได้ยิน
ก็รีบหันหัวเรือให้ห่างออกไป และก็หันมาพูดกับซื่อสัตย์ว่า
ไม่ได้ ไม่ได้ ซื่อสัตย์คุณจะขึ้นมาอยู่กับผมไม่ได้ คุณรู้ไหมตำแหน่งที่ผมได้มานั้น
มันยากเย็นสักเพียงใด หากผมพาคุณมาอยู่ด้วย
เดี๋ยวผมก็ซวยนะสิ เดี๋ยวผมก็จะสูญเสียตำแหน่ง ยังไงผมไม่ขออยู่ร่วมกับคุณ

ซื่อสัตย์น้ำตาคลอเบ้า
มองตำแหน่งที่รีบออกเรือจากไป
อย่างสิ้นหวัง
รู้สึกสับสนในตนเองเป็นอย่างยิ่ง
แต่สิ่งที่ทำได้ ก็เพียงแค่รอ
รอ และก็รอ เท่านั้น

และอยู่ๆก็มีท่วงทำนอง
ที่ไม่ค่อยจะเข้ากันนักแว่วดังมา
เรือลำหนึ่ง บรรทุก“แข่งขัน”เป็นจำนวนมากผ่านมา ซื่อสัตย์จึงตะโกนเรียก

“แข่งขัน แข่งขัน
ผมขอขึ้นเรือของคุณได้ไหม?”

“คุณเป็นใคร คุณมีประโยชน์แค่ไหนกับพวกเรา?” แข่งขันตะโกนถามมา

ซื่อสัตย์ไม่อยากพูดอะไรมาก เพราะเกรงว่าจะพลาดโอกาส
เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา แต่ซื่อสัตย์ก็คือซื่อสัตย์

“ผมคือซื่อสัตย์.....”

“ห๊า! คุณคือซื่อสัตย์
หากพวกเรามีคุณอยู่ด้วย เราจะแข่งขันเอาชนะอะไร
กับใครที่ไหนได้ ”
พูดเสร็จ ก็หันหัวเรือจากไปอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ซื่อสัตย์กำลังสิ้นหวัง อยู่ๆก็มีน้ำเสียงอันเมตตาดังขึ้นว่า
“ลูกจ๋า ขึ้นเรือเถิด!”

เมื่อซื่อสัตย์เงยหน้าขึ้นมอง ก็เห็นผู้เฒ่าผมขาวโพลน
คนหนึ่งยืนอยู่บนเรือ
“ฉันคือผู้เฒ่าแห่งกาลเวลา”

“ทำไมท่านต้องมาช่วยผมครับ?” ซื่อสัตย์ถามออกไปด้วยความสงสัย
“มีแต่กาลเวลาเท่านั้นที่รู้ว่า
ซื่อสัตย์มีค่ามากเพียงใด”
ผู้เฒ่าแห่งกาลเวลา
พูดออกไปด้วยรอยยิ้ม
บนทางกลับคืนฝั่ง

ผู้เฒ่าแห่งกาลเวลา
ได้พูดกับ ความสุข
ตำแหน่ง และ แข่งขัน ที่ต่างก็เรือล่มอยู่กลางทะเลว่า

“เจ้าทั้งหลายจงจำไว้ หากปราศจากซื่อสัตย์แล้ว ความสุขจะอยู่ได้ไม่นาน
ตำแหน่งที่ได้มาก็เป็น
ตำแหน่งจอมปลอม
การแข่งขันก็มีแต่
จะล้มเหลวไม่เป็นท่า"
 
ฉะนั้นขอให้ท่านรักษา
ความซื่อสัตย์ไว้ให้ดี แล้วความสำเร็จและความสุข
จะเกิดกับท่านตามกาลเวลา
อันเหมาะสม...

แปลจากบทความของนักศึกษาจีน
ที่มา : facebook.com/NusonBooks
(นุสนธิ์บุคส์)

25 กรกฎาคม 2559

วิธีพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส

    เว็บไซต์สมาคมจิตวิทยาอเมริกา (APA) มีคำแนะนำเรื่อง "10 วิธีพลิกวิกฤตให้กลายเป็นโอกาส (สู้ + ไม่ยอมแพ้)" หรือ  "10 ways to build resilience (10 วิธีสร้างความสามารถในการพลิกฟื้นหลังวิกฤต)"

   ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังในสไตล์ "ไทยหลายคำ-อังกฤษน้อยคำ" เพื่อให้พวกเรา (ทั้งท่านผู้อ่านและท่านผู้เขียน) ได้เรียนภาษาอังกฤษไปด้วยกันครับ


(1). Make connections = สร้างความสัมพันธ์

ไม่ว่าชีวิตจะสูงขึ้นหรือต่ำลง...สิ่งที่ขาดไม่ได้คือ การมีญาติสนิทมิตรสหายที่ดี ยุคนี้ดีกว่ายุคไหนๆ ตรงที่ว่า คนเรามีมิตรภาพได้ทั้งออฟไลน์ (off-line = ชีวิตจริงนอกอินเตอร์เน็ต) และออนไลน์ (online = ชีวิตบนอินเตอร์เน็ต)

อาจารย์หมอบุญนำ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวชเขียนไว้ในจุลสารสภานักศึกษา มอ. ประมาณปี 2525 ว่า คนที่มีพ่อแม่ ครูบาอาจารย์ หรือญาติสนิทมิตรสหายดีเปรียบเสมือนคนที่ที่ "ที่พิงหลัง" พบวิกฤตอะไรก็พอกลับไปลี้ภัยได้ ระบายได้ เปรียบคล้ายกันชน (buffer) ทำให้ชีวิตมีทางออกในยามวิกฤต ทำให้ล้มได้ยาก

การมีญาติสนิทมิตรสหายดีๆ อย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้จักบ่มเพาะมิตรภาพให้งอกงามด้วย เช่น รู้จักแสดงความชื่นชมคนรอบข้างอย่างน้อยวันละครั้ง ไปเยี่ยมเยียนพร้อมของฝากหรือข่าวดีบ้าง ฯลฯ


(2). Avoid seeing crises as unsurmountable problems = หลีกเลี่ยงการมองวิกฤตว่า เป็นทางตัน (ไม่มีทางออก)

ควรฝึกมองโลกในหลายมุมมอง เมื่อมีข่าวดีเข้ามา...ให้ลองมองหาข่าวร้ายที่มักจะแฝงมาด้วย เมื่อมีข่าวร้ายเข้ามา...ให้ลองมองหาข่าวดีที่มักจะแฝงมาด้วยเสมอ

ปัญหา (ชีวิต) มีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีไว้ให้เรายอมจำนน กล่าวกันว่า ดาบดีเพราะผ่านร้อนผ่านหนาว

การทำดาบเมื่อก่อนจะเผาไฟ ตีๆๆๆๆ ชุบน้ำ ทำให้เหล็กมันร้อนๆ หนาวๆ อย่างนี้หลายๆ ครั้ง ดาบจึงจะแกร่ง ชีวิตที่ผ่านอุปสรรคมามาก (และยืนหยัด ไม่ยอมแพ้) มักจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ


(3). Accept that change is a part of living = ยอมรับว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต

ชีวิตมักจะประกอบด้วยส่วนที่เราควบคุมได้ และส่วนที่เราควบคุมไม่ได้...หน้าที่ของเราคือ ทำส่วนที่เราควบคุมได้ให้ดีที่สุด

อย่าไปกังวล หมกมุ่นกับส่วนที่เราควบคุมไม่ได้มากเกินไป เพราะถึงกังวลก็ทำอะไรกับส่วนนี้ไม่ได้

เมื่อทำส่วนที่เราควบคุมดีที่สุดแล้ว ขอให้มั่นใจว่า เราทำเต็มที่แล้ว ได้เท่าไรก็เท่านั้น เพราะนั่นคือ อะไรที่ดีที่สุด เต็มแรง เต็มกำลังของเราแล้ว...ที่เหลือก็ต้องใช้ยา "ทำใจ" กันบ้างละ


(4). Move towards your goal = ก้าวไปสู่เป้าหมาย

ความสำเร็จใหญ่ๆ มักจะมาจากความพยายามเล็กๆ หลายๆ ครั้ง แน่นอนว่า มักจะต้องผ่านการล้มลุกคลุกคลาน เดินหน้าถอยหลังหลายครั้ง

คนที่ประสบความสำเร็จในระยะยาวคือ คนที่ยืนหยัดได้บ่อย ได้นาน และพร้อมจะเริ่มต้นใหม่บ่อยๆ ไม่ว่าจะล้มเหลวกี่ครั้งก็ตาม


(5). Take decisive actions = ทำจริง ไม่โลเล

คนที่ประสบความสำเร็จมักจะหาข้อมูลรอบด้านมาประกอบการตัดสินใจปัญหา ตัดสินด้วยความมั่นใจ (decisive) และลงมือทำ (actions) ไม่หลีกลี้หนีปัญหา ซื้อเวลา แต่จะตัดสินใจ และลงมือทำ และ "ทำจริง"


(6). Look for opportunities for self-recovery = มองหาโอกาสแห่งการพลิกฟื้นกลับคืนมา

คนที่ประสบความสำเร็จมักจะเป็นคนที่มีวินัยในการควบคุมตัวเองสูง เชื่อมั่นในการลงมือทำอะไรดีๆ

ตัวอย่างเช่น ถ้าป่วยหนักก็เป็นคนไข้ที่ดี ทำตามที่พยาบาลหรือหมอแนะนำ ไม่กล่าวร้ายชะตากรรมว่า เป็นของคนอื่น ฯลฯ เช่น พยายามทำกายภาพบำบัดให้ความแข็งแรงกลับคืนมา จะได้หายไวๆ ฯลฯ

ผู้เขียนสังเกตว่า คนไข้มะเร็ง คนไข้เบาหวานที่อาการแย่ลงไปเรื่อยๆ ฯลฯ ส่วนหนึ่งจะมองโลกในแง่ร้าย เช่น มักจะโทษว่า อาการที่เลวลงเป็นผลจากยา โทษพยาบาล โทษหมอแต่ไม่มองความประพฤติที่ไม่ดีของตัวเอง เช่น เป็นเบาหวาน แต่กินลำไยคราวละ 2-3 กิโลกรัม ฯลฯ


(7). Nurture a positive view of yourself = ทะนุถนอมมุมมองด้านบวก

พัฒนาตัวเองและใส่ใจสุขภาพ เพื่อให้ตัวเรามีศักยภาพสูงพร้อมรับวิกฤตเสมอ เช่น ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ นอนให้พอ กินอาหารครบทุกหมู่พอประมาณ เรียนรู้เรื่องใหม่อยู่เสมอ ฯลฯ

นอกจากนั้นควรฝึกทำอะไรดีๆ เป็นประจำทุกวัน โดยเฉพาะการฝึกทำ "อะไรๆ" ให้ดีขึ้นคราวละเล็กละน้อย เช่น ถ้าเป็นคนขับรถก็ต้องเรียนรู้วิธีดูแลรักษารถ วิธีซ่อมรถ วิธีขับรถ ฯลฯ ให้ดีขึ้นทุกๆ วัน เป็นการต่อยอดองค์ความรู้ทุกวัน

ไม่ว่าจะทำงานอะไร...ควรถามตัวเองเสมอว่า วันนี้เราทำอะไรได้ดีกว่าเมื่อวานหรือเปล่า ปีนี้เราทำอะไรได้ดีกว่าปีก่อนๆ หรือเปล่า มีทางใดที่จะทำให้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกหรือไม่ แล้วเราจะเก่งขึ้น มั่นใจในตัวเองขึ้น พร้อมที่ฝ่าฟันวิกฤตมากขึ้นเรื่อยๆ


(8). Keep things in perspective = ใช้มุมมองที่มีเหตุผล

มองโลกให้กว้างและไกลออกไป โดยใช้มุมมองที่มีเหตุผล โดยลองเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือว่า ถ้าวิกฤตครั้งนี้หนักที่สุดจะเป็นอย่างไร และตรงกันข้าม..ถ้าเบาที่สุดจะเป็นอย่างไร และหาทางผ่อนหนักให้กลายเป็นเบา

การฝึกทำงานอาสาสมัครส่วนใหญ่จะช่วยให้คนเรามองโลกกว้างขึ้น และพบเห็นคนอื่นที่ลำบากกว่าเราอีกเยอะแยะ

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราเคยไปในเขตพายุนาร์กิสจะพบว่า หมู่บ้านบางแห่งมีคนก่อนพายุ 300 คน หลังพายุเหลือ 30 คน แถมบ้านยังพังเกือบหมด บ่อน้ำก็เต็มไปด้วยน้ำเค็ม ฯลฯ ยิ่งเห็นโลกมากขึ้นเท่าไร...ภัยพิบัติของเราก็จะดูเล็กลงไปเรื่อยๆ

ตรงกันข้ามถ้าวันๆ เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องของเราคล้ายๆ กับการ "พายเรือในอ่าง"... น้ำในอ่างจะยิ่งใหญ่ (ในความคิดของเรา) ราวกับพายุถล่มโลกทีเดียว

ฝรั่งมีคำกล่าวว่า ในบรรดาการทำให้คน "เสียคน" ไม่มีอะไรจะเกินการตามใจเด็กอย่างไม่มีขอบเขต และเรียกเด็กที่ถูกตามใจคนเคยว่า เป็นพวก 'spoiled child' หรือเด็กที่ถูกทำลาย เนื่องจากเด็กที่ถูกตามใจมากๆ มักจะเสียคน เช่น โตขึ้นมาก็ติดยาเสพติด หรือกลายเป็นคนที่ "ไม่รู้จักพอ" ฯลฯ


(9). Maintain a hopeful outlook = รักษาความหวังไว้

ไม่ว่าจะสูญเสียอะไรในชีวิต...สิ่งที่ควรรักษาไว้เสมอคือ "ความหวัง (hope)" เพราะคนที่ยังมีความหวังได้ชื่อว่า เป็นคนที่ยังมี "อนาคต"

ประสบการณ์ของคนที่รอดจากภัยพิบัติหนักๆ มาได้ ไม่ตายทั้งๆ ที่น่าจะตายตอบตรงกันว่า อยู่ได้เพราะความหวัง เช่น อยากจะกลับไปอยู่กับลูก อยากจะทำอะไรดีๆ ให้มากกว่านี้ ฯลฯ


(10). Take care of yourself = ใส่ใจสุขภาพด้วย

ไม่ว่าวิกฤตจะใหญ่เท่าฟ้าหรือจะเล็กกว่าเส้นผม...สิ่งที่ไม่ควรลืมคือ อย่าลืมเอาใจใส่ตัวเองทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ เช่น กินอาหารสุขภาพพอประมาณ ออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำ นอนให้พอ ฯลฯ

เรื่องที่ไม่ควรทำคือ อย่าทำร้ายตัวเองด้วยการอดข้าว การกินมากเกิน หรือการดื่มเหล้า ฯลฯ

ถ้าเครียดจนเกินไป...การปรึกษาหมอใกล้บ้านอาจจะช่วยได้ แต่ขออย่าทำตัวเป็นคนขี้บ่นมากเกิน เช่น คนไข้บางคนบ่นตั้งแต่รั้ว (บ่นกับ รปภ.) บ่นกับห้องบัตร บ่นกับพยาบาล บ่นกับหมอ...บ่นๆๆๆ จนหมอปวดหัว เขียนใบสั่งยาผิดพลาด หรือบ่นจนญาติพี่น้องหนีหายไปหมด (พบบ่อยในคนสูงอายุ) ฯลฯ

   ไม่ว่าวิกฤตจะหนักเพียงไร...วิกฤตนั้นก็มาคู่กับโอกาสเสมอ ซึ่งก็เป็นธรรมดาของโลกที่ว่า ข่าวดีมักจะมาคู่กับข่าวร้าย และข่าวร้ายมักจะมาคู่กับข่าวดี

เราจะมองโลกในแง่ดีแบบท่านเติ้ง เสี่ยว ผิงก็ได้...ท่านกล่าวว่า "หลังพายุ...ท้องฟ้าจะแจ่มใส" หรือหลังวิกฤตมักจะมีโอกาสตามมา (มองโลกในแง่ดี)

หรือเราจะมองโลกในแง่ร้ายแบบนี้ก็ได้..."หลังพายุ...จะมีพายุลูกอื่นๆ ตามมา (อีกหลายลูก)"

   ทว่า...ตอนนี้เสนอให้มองโลกในแง่ดีไว้ก่อน เพราะมองโลกแบบนี้น่าจะดี

   ถึงตรงนี้...ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ



ที่มา forward mail

21 กรกฎาคม 2559

แจกฟรี e-book มีความสุขกับหุ้นปันผล by หมีส้ม ทุกเล่ม ครับ


download link: http://goo.gl/cHu1vH

เงิน 1,000,000 ใครๆก็มีได้

หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่า
“เงิน 1 ล้านบาท”
ชีวิตนี้ ไม่รู้จะมีปัญญาได้ถือเงินสดรึป่าว !?

ทรัพย์สินบางอย่างที่มีมูลค่าเป็นล้าน
ก็มาจากการผ่อนเอาทั้งนั้น

คนที่ชอบผ่อนสินค้านู้นนี่นั่น
คงจะคิดว่าใช้เงินเดือนชนเดือนก็จะแย่ล้าว
มาให้เก็บเงิน ตั้งล้านนึง !!


มันเป็นปายม่ายด้ายยยยย

พี่ทุยขอเถียงแบบเสียงย้วยๆยานๆ ว่า ..
มันเป็นปายยด้ายยยย … ย ย ย ย ย

แบงค์สีเทา "แบงค์พัน" มูลค่า 1,000 บาท
เดือนนึงเก็บให้ได้แค่ใบเดียว
เดือนละ 1,000 บาท
ขอแค่เดือนละ 1,000 บาทเอง

เอาจริงๆไม่โกหกกัน พันเดียวเนี่ย
เที่ยว 1 วันก็หมดแล้ว
ร้านอาหารตามห้างเดี๋ยวนี้ใช้ถูกๆซะที่ไหน

อันนี้ยังไม่รวม ค่าเดินทาง กับ ช็อปปิ้งอีกนะ
ลดเที่ยวเดือนละครั้ง ก็พอล้าวววววว

รู้มั้ยว่าถ้าเก็บเงินเดือนละ 1,000 บาท
ครบ 1 ปี ก็จะกลายเป็น 12,000 บาท

ถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
พี่ทุยขอให้เก็บเพิ่มขึ้นปีละ 5%
ตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นละกันนน

ปีที่ 2 ก็จะเป็น 12,600 บาท
ปีที่ 3 ก็จะเป็น 13,230 บาท
ทำไปเรื่อยๆๆ

แล้วนำเงินที่เราเก็บไปเนี่ย 
ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% 

อย่าตกใจ !
ผลตอบแทนปีเฉลี่ยละ 10% นี่สบายมากเลย
ขอบอก ขอบอก

รู้มั้ยว่า ..
ถ้าเราทำแบบนี้ไป 20 ปี

เราจะมีเงินเก็บทั้งสิ้น 1,075,424 บาท
อ่านว่า ล้านกว่าบาท !!
จากเงินทั้งหมด 396,702 บาท

1,000 บาทต่อเดือน มันไม่ได้เยอะเลยเห็นม้อยย
แต่ปัญหาคือ "20 ปี" 
มันค่อนข้างนานอะเนาะ

เอาจริงๆ ถ้าเราลองเก็บไปเรื่อยๆแบบไม่คิดอะไร
เงินแค่พันเดียวที่หายไปในแต่ละเดือน
เราแทบไม่สะท้านอะไรเลย

ออมเล่นๆ ทำไปทำมา มีเงินเป็นล้าน
บร๊ะแล่วววว ง่ายเกิ๊นนนนน

เอาหน่ะ เดือนละ 1,000 บาท มาออมกันเถอะ !!
เงิน 1,000,000 บาทอยู่แค่เอื้อม 



ที่มา http://www.moneychannel.co.th/columnist_blog_detail/132


14 กรกฎาคม 2559

'หุ้นปันผล' จ่ายยีลด์เกิน7%

เปิดการจัดอันดับหุ้นไทยที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงสุด ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์

การจัดอันดับหุ้นไทยที่มีอัตราเงินปันผลตอบแทน (Dividend Yield) สูงสุด ตามข้อมูลของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งจะนำมูลค่าเงินปันผลต่อหุ้นที่จ่ายจริงเมื่อปี 2558 มาคำนวณกับราคาหุ้นปัจจุบัน ณ วันที่ 11 ก.ค. 2559 พบว่าจัสมิน อินเตอร์เนชั่นแนล (JAS) และ โมเดิร์นฟอร์มกรุ๊ป (MODERN) ให้อัตราเงินปันผลสูงสุด 2 อันดับแรก ที่ 42.44% และ 12.90% แต่ทั้งนี้หากคำนวณเฉพาะเงินปันผลจากกำไรจากการดำเนินการปกติ อัตราเงินปันผลของจัสมินอยู่ที่ 7.54% ส่วนโมเดิร์นฟอร์มกรุ๊ปจะอยู่ที่ 6.45%

ทั้งนี้ หากพิจารณาเฉพาะหุ้นที่ปันผลจากกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติ นำสินประกันภัย (NSI) จะมีอัตราเงินปันผลสูงสุดที่ 10.47% รองลงมาคือ แกรนด์ คาแนล แลนด์ (GLAND) 9.47% และตามมาด้วย ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) 9.20%

สำหรับการจัดอันดับหุ้นที่มีอัตราเงินปันผลสูงจากกำไรปกติ 20 อันดับแรก พบว่า มีหุ้นในกลุ่มธุรกิจนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ถึง 5 บริษัท ที่ให้ผลตอบแทนเกิน 7.5% ได้แก่ เคจีไอ (KGI) 8.58% ทรีนีตี้ วัฒนา (TNITY) 8.57% เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (MBKET) 8.06% ซีมิโก้ (ZMICO) 7.76% และโนมูระ พัฒนสิน (CNS) 7.69%

ขณะที่หุ้นในกลุ่มสื่อสารติดโผเข้ามา 3 บริษัท ได้แก่ โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (DTAC) 8.88% อินทัช โฮลดิ้งส์ (INTUCH) 8.05% และแอดวานซ์ อินโฟ เซอร์วิส (ADVANC) 7.66% นอกจากนี้หุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างสำหรับงานโมดูลขนาดใหญ่ อย่าง ศรีราชาคอนสตรัคชั่น (SRICHA) และบีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) มีอัตราเงินปันผล 9.20% และ 7.94% ตามลำดับ

การคำนวณอัตราเงินปันผลตอบแทน ตามการจัดอันดับของตลาดหลักทรัพย์นั้นจะคำนวณจากเงินปันผลที่จ่ายเมื่อปีก่อน เทียบกับราคาหุ้นปัจจุบัน เพราะฉะนั้นแล้วสิ่งที่นักลงทุนต้องพิจารณาเป็นสำคัญคือแนวโน้มกำไรในปี 2559 นี้ ว่าจะสามารถสร้างการเติบโต หรืออย่างน้อยรักษาผลกำไรให้ไม่น้อยกว่าปีก่อนได้หรือไม่

เทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิจัย บล.เอเซียพลัส ให้ความเห็นว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้หุ้นกลุ่มบริษัทหลักทรัพย์มีอัตราเงินปันผลสูง เป็นผลจากอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ค่อนข้างสูงมากเกือบ100% เนื่องจากสินทรัพย์ส่วนมากจะมีสภาพเป็นกระแสเงินสด ขณะเดียวกันราคาหุ้นในกลุ่มนี้ลดต่ำลงมาในช่วงหลายปี

แนวโน้มอัตราเงินปันผลปี 2559 คงต้องพิจารณาที่แนวโน้มกำไรเป็นหลัก เพราะราคาหุ้นในกลุ่มนี้ปัจจุบันค่อนข้างนิ่ง อย่างไรก็ตาม กำไรอาจจะชะลอตัวเมื่อเทียบกับปีก่อน เพราะดัชนีหุ้นไทยยังไม่ได้อยู่ในทิศทางขาขึ้นในภาวะการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ขณะที่ดีลการระดมทุนต่างๆ ก็เหมือนจะลดลงบ้าง

ขณะที่หุ้นกลุ่มสื่อสารนั้น ส่วนตัวเชื่อว่าอัตราการจ่ายเงินปันผลในปีนี้จะลดลงจากปีก่อน หลังจากที่เพิ่งผ่านการประมูลคลื่นความถี่ ส่งผลให้รายจ่ายเพิ่มสูงขึ้น และการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรง จึงเชื่อว่ากำไรในปีนี้จะลดลง ขณะเดียวกันอัตราการจ่ายเงินปันผลก็มีแนวโน้มจะลดลงเช่นกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ดีแทคก็ได้ประกาศปรับลดอัตราการจ่ายเงินปันผลลงเหลือไม่ต่ำกว่า 50% จากเดิมที่ 80%

สำหรับแนวโน้มหุ้นที่จ่ายเงินปันผลสูงในปีนี้ ฝ่ายวิจัย เลือกไว้ 8 บริษัท ได้แก่ ค้าเหล็กไทย (TMT) 9.2% เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง (ASK) 7.6% อินทัช (INTUCH) 7.1% พฤกษา (PS) 6.8% บีเจซี เฮฟวี่ อินดัสทรี (BJCHI) 6.3% แอดวานซ์ (6.1%) เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ (SNC) 6.1% และน้ำมันพืชไทย (TVO) 6.1% นอกจากนี้ มองว่า กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์น่าจะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการลงทุนเพื่อรับปันผล โดยคาดหวังอัตราเงินปันผล 6% ขึ้นไป
โดยในปีที่ผ่านมาก็มีกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ติดโผปันผลสูง ได้แก่ กองทุนรวมสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ควอลิตี้ ฮอสพิทอลลิตี้ (QHOP) 8.8% กองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์นิชดาธานี 2 (MNIT2) 8.62%

ที่มา http://bit.ly/29uDusS

04 กรกฎาคม 2559

10 วิธีง่าย ๆ ทำให้ชีวิตมีความสุข / ดร.สุพาพร เทพยสุวรรณ

ความสุขเป็นสิ่งที่ทุกคนปรารถนา วันนี้ผู้เขียนจึงมานำเสนอเรื่อง 10 วิธีง่าย ๆ ที่ทำให้ชีวิตมีความสุข ดังนี้ 
       
       1. ก้าวเท้าเดินยาว ๆ พร้อมแกว่งแขน นักวิทยาศาสตร์ กล่าวว่า การเดินหลังตรงและแกว่งแขนไปด้วย จะช่วยให้ความคิดและความรู้สึกเป็นไปในทางบวก ถึงแม้ว่าเราจะยังไม่มีความรู้สึกมีความสุขก็ตาม แต่การเดินท่าทางกระฉับกระเฉงพร้อมแกว่งแขน จะทำให้สารเคมีในสมองสั่งให้เกิดสารแห่งความสุขที่จะทำให้เราเริ่มมีความสุขขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
       
       2. ยิ้มกว้าง ถ้าเราอยากจะมีความสุข และอยากสดชื่นแจ่มใส ให้เรายกมุมปากของเราขึ้น เมื่อเรายิ้มมันดูเหมือนว่าเรามีความสุข และสมองจะเปลี่ยนสารเคมีในสมองทำให้เรารู้สึกมีความสุขขึ้นเช่นเดียวกับในข้อที่ 1
       
       3. มีจิตอาสา หาโอกาสช่วยเหลือชุมชนและเพื่อนมนุษย์ ที่ต้องการความช่วยเหลือ และเมื่อเราช่วยคนอื่น ผลตอบกลับมาคือเราจะมีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น มีความสุขขึ้น เพราะการให้เป็นเหตุให้มีความสุขยิ่งกว่าการรับ
       
       4. หาเพื่อนใหม่ สิ่งนี้จะทำให้เรามีชีวิตชีวา เมื่อเราเปิดโอกาสสร้างความสัมพันธ์ใหม่ ๆ กับคนอื่น ไม่ว่าจะเป็นคนที่เราพบเจอในที่ทำงาน ที่สถานออกกำลังกาย หรือที่สวนสาธารณะ เพราะจากการศึกษาพบว่าการมีความสัมพันธ์และการเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้อื่นนั้น จะทำให้เราเป็นคนที่มีความสุขขึ้น
       
       5. นับสิ่งที่ดีที่เกิดขึ้นในชีวิต หรือที่เรียกว่านับพระพร เขียนและจดบันทึกทุกอย่างลงไปว่ามีสิ่งดีเกิดขึ้นในชีวิตเราว่ามีอะไรบ้าง เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงผลักดันให้เรามองโลกในแง่ที่ดีและจะช่วยให้เรามีความสุข เป็นการสร้างทัศนคติในทางบวก
       
       6. ทำให้เหงื่อออก เราจะใช้เวลาประมาณ 5 นาที ในการออกกำลังกาย การออกกำลังกายจะทำให้มีอารมณ์ดีขึ้น และจะทำให้ร่างกายแข็งแรง มีพลังขึ้น ทั้งในปัจจุบันและในอนาคต การออกกำลังกายที่สม่ำเสมอจะช่วยให้ความเครียดหมดไปอีกด้วย
       
       7. ให้อภัยและไม่จดจำความผิด หากเรามีรากขมขื่น มีบาดแผลในใจ ไม่สามารถให้อภัยคนอื่นได้ สิ่งเหล่านี้ถ้าฝังอยู่ภายในจิตใจ จะทำให้หน้าตาหมอง เพราะความทุกข์ การปลดปล่อยความคิดทางลบจะทำให้เรามีความสงบภายในใจและจะนั้นจะทำให้เรามีความสุขขึ้น
       
       8. ฝึกทำจิตใจให้สงบ การนั่งสมาธิ ฝึกลมหายใจ ทำจิตใจให้สงบประมาณ 1 ชั่วโมงต่อสัปดาห์จะเพิ่มความสุข ความสดชื่น และความสบายใจให้กับเรา เป็นการปลดปล่อยสมองของเราให้ผ่อนคลายและเป็นอิสระ
       
       9. เปิดเพลงฟัง ดนตรีเป็นสิ่งที่มีอำนาจพิเศษที่ช่วยทำให้อารมณ์ของเรา แจ่มใส เลือกเพลงที่เราชอบ ฟังเพลงที่เรารู้สึกผ่อนคลายเราจะมีความรู้สึกที่ดีและมีความสุขขึ้น
       
       10. นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่จำเป็นจะต้องใช้เวลาพักผ่อนนอนหลับประมาณ 7 - 8 ชั่วโมง การพักผ่อนจะช่วยให้เรามีอารมณ์ดีและมีความสุขมากขึ้น ถ้าเรามีการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ ร่างกายจะหลั่งสารเอนโดฟินคือสารแห่งความสุขที่ทำให้สมองปลอดโปร่งและทำงานได้ดีขึ้น
       
       หลังจากอ่านบทความนี้แล้ว หวังว่า ผู้อ่านทุกท่านที่นำทั้ง10ข้อนี้ไปปฏิบัติจะมีความสุขมากขึ้น เพราะความสุขแท้จริงแล้วหาได้ไม่ยากเลย ขอเป็นกำลังใจให้ทุกครอบครัวเสมอค่ะ
       
       ข้อมูลอ้างอิง
       Webmd.com

18 มิถุนายน 2559

This Is Warren Buffett’s Best Investment Advice

Go all-in on this amazing asset and you will see returns beyond anything you could dream of


Warren Buffett is considered to be one of the greatest investors that has ever lived and is consistently ranked among the wealthiest people in the world with a net-worth north of $72 billion. He is well known for his commitment to value investing, and when he gives recommendations, people listen.
The other day I came across a quote from him where he was advising people to invest as much as possible in something that everyone has access to, something , he says, in which we can never invest too much.
What is this amazing asset he’s so bullish on?

It’s you.

“Invest in as much of yourself as you can, you are your own biggest asset by far.” — Warren Buffett
You will never get a better return on life than when you truly invest in yourself. Here are some ways to help you make the most of your investment.

Stay healthy on all three planes: mind, body, spirit.

“You only get one mind and one body. And it’s got to last a lifetime. Now, it’s very easy to let them ride for many years. But if you don’t take care of that mind and that body, they’ll be a wreck forty years later, just like the car would be.” — Warren Buffett
It all starts here. You need to be firing on all cylinders, or else you won’t be able to get the most of out your life.
This doesn’t have to be difficult or time consuming. Just be mindful about improving yourself. Here are some simple ways to do it:
  • Mind: read a book (even if it’s just one page a day), journal, come up with ideas.
  • Body: exercise (even if it’s just for 7 minutes), eat good food, drink plenty of water, get a good night’s sleep.
  • Spirit: pray (it doesn’t matter if you’re religious or not) or just says ‘thanks’, be kind to people, write a gratitude list.

Cultivate positive habits and stick to them with a daily routine.

How much better do you feel on the days that you do something good for yourself? Perhaps it’s the days that you exercise or maybe when you arereally focused at work. Your days just seem to go smoother, don’t they?
You can have that every day. It’s just a matter of deciding what you want to do and following through with it.
Start small. Decide on one positive habit that you can start doing today, and then do it. Then do it again tomorrow. Once you’ve mastered one habit, you can put that momentum toward building a way to have the best day ever (every single day).

Never stop learning.

One of the greatest secrets to Warren Buffett’s success is that he is continuously learning. Charlie Munger, the vice chairman of Buffett’s Berkshire Hathaway Corporation, once said this about his legendary colleague:
“Warren Buffett has become one hell of a lot better investor since the day I met him, and so have I. If we had been frozen at any given stage, with the knowledge we had, the record would have been much worse than it is. So the game is to keep learning, and I don’t think people are going to keep learning who don’t like the learning process.”
Most people think that real learning ends when school is over but they are selling themselves way short. Life should be about continuous learning, and there are many ways for you to do this:
  • Attend conferences, seminars, and meet-ups.
  • Take a free online course.
  • Talk to people and ask them questions (listen more than you talk).
  • Research something you are interested in.
  • Travel.

Surround yourself with excellence.

“It’s better to hang out with people better than you. Pick out associates whose behavior is better than yours and you’ll drift in that direction.” — Warren Buffett
It’s been said that you’re the average of the five people you spend the most time with. In other words, who you spend time with influences the person you become.
Take a look at the people in your life right now and ask yourself these questions:
  • Are they making you better or are they bringing you down?
  • Are they mostly positive or are they typically quite negative?
  • Do you feel better when you are around them or do you feel worse?
If someone is a negative influence on you, then you have to kick them to the curb (or severely limit your time spent with them). This can be very hard when it’s a family member or co-worker, but if you want to become the best version of you, you are going to have to take action.

Spend time getting to know yourself.

“I insist on a lot of time being spent, almost every day, to just sit and think. That is very uncommon in American business. I read and think. so I do more reading and thinking, and make less impulse decisions than most people in business. I do it because I like this kind of life.” — Warren Buffett
Your time is extremely valuable and precious. Spend some of it getting to know yourself better. These practices can help you find out who you truly are:

Do what you love to do.

“There comes a time when you ought to start doing what you want. Take a job that you love. You will jump out of bed in the morning. I think you are out of your mind if you keep taking jobs that you don’t like because you think it will look good on your resume. Isn’t that a little like saving up sex for your old age?” — Warren Buffett
You only have one life to live, why not live it to the fullest?
Invest as much as you can in yourself starting right now, and you will see returns beyond anything you could dream of.

17 มิถุนายน 2559

เล่นเน็ตแบบ dark / night mode ด้วย hacker vision (google chrome extension)

ถ้าใครที่ชอบเล่นอินเตอร์เน็ตผ่าน google chrome เป็นประจำแล้วเจอปัญหา รู้สึก ปวดตา หรือ แสบตา

ลองโหลด google chrome extension ที่ชื่อ hacker vision  มาใช้ดูครับ ซึ่ง extension ตัวนี้จะเปลี่ยนทุกเว็บที่เราใช้งานให้เป็น dark / night mode ช่วยลดการปวดตาหรือแสบตา ได้ครับ


ทดลองใช้งานฟรี 6 เดือนครับ หลังจากนั้นถ้าชอบจริงๆ ก็สามารถซื้อได้ที่ราคา $2.99 ต่อปีครับ

เมื่อติดตั้ง extension เรียบร้อยแล้วสามารถศึกษาคู่มือการใช้การได้ที่


ตัวอย่าง ก่อนและหลังติดตั้ง hacker vision extension แต่ละเว็บไซต์ครับ

blognone (www.blognone.com)

เว็บปกติ

หลังติดตั้ง hacker vision



facebook

เว็บปกติ

หลังติดตั้ง hacker vision



ไทยรัฐ (www.thairath.com)
เว็บปกติ

หลังติดตั้ง hacker vision



กรุงเทพธุรกิจ www.bangkokbiznews.com

เว็บปกติ

หลังติดตั้ง hacker vision



post today (www.posttoday.com)

เว็บปกติ

หลังติดตั้ง hacker vision


08 มิถุนายน 2559

29 Warren Buffett Quotes on Investing & Success

Warren Buffett is obviously incredibly successful. He’s built his wealth long-term to over 66 billion dollars, making him one of the richest men in America. Warren lives by his certain set of values that he uses to invest and make other life decisions. He has some great advice that we can use to be successful.

Take a look at 29 intelligent and inspiring quotes from Warren Buffett on investing and success from one of the world’s most wealthy people.

1) Buffett’s Only Two Rules For Investing…

“Rule No. 1: Never lose money. Rule No. 2: Never forget rule No.1”


2) The Market Can Price Things Wrong
“Price is what you pay. Value is what you get.”



3) High Returns With Low Risk is the Key
“Risk comes from not knowing what you are doing.”



4) Get Around the Right People
“It’s better to hang out with people better than you. Pick out associates whose behavior is better than yours and you’ll drift in that direction.



5) It’s Easier to Look Back Than to Look Into the Future
“In the business world, the rearview mirror is always clearer than the windshield.”



6) Buy Wonderful Companies

“It’s far better to buy a wonderful company at a fair price, than a fair company at a wonderful price.”



7) Your Public Image and Reputation
“It takes 20 years to build a reputation and five minutes to ruin it. If you think about that, you’ll do things differently.”



8) It’s OK to Dream Big
“I always knew I was going to be rich. I don’t think I ever doubted it for a minute.”


9) Invest for the Long Term
“Only buy something that you’d be perfectly happy to hold if the market shut down for 10 years.”



10) Buy It Thinking You Will Hold It Forever
“Our favorite holding period is forever.”


11) People Make Investing Seem More Difficult Than it Should
“The business schools reward difficult complex behavior more than simple behavior, but simple behavior is more effective.”



12) Doing Nothing is Often the Right Thing to Do
“You do things when the opportunities come along. I’ve had periods in my life when I’ve had a bundle of ideas come along, and I’ve had long dry spells. If I get an idea next week, I’ll do something. If not, I won’t do a damn thing.



13) On Finding Honesty in Others

“Honesty is a very expensive gift. Don’t expect it from cheap people.”


14) Appreciate Where You Came From

“Someone’s sitting in the shade today because someone planted a tree a long time ago.”


15) Give Back to Society

“If you’re in the luckiest 1% of humanity, you owe it to the rest of humanity to think about the other 99%.”


16) Don’t Make Investing Difficult

“There seems to be some perverse human characteristic that likes to make easy things difficult.”


17) Make Your Own Forecasts

“Forecasts may tell you a great deal about the forecaster; they tell you nothing about the future.”


18) It’s Usually Best to Just Say “No”

“The difference between successful people and really successful people is that really successful people say no to almost everything.”


19) Do What You Love

“In the world of business, the people who are most successful are those who are doing what they love.”


20) Actions vs. Results

“You know… you keep doing the same things and you keep getting the same result over and over again.”


21) Invest Only in Companies You Know and Trust

“An investor should act as though he had a lifetime decision card with just twenty punches on it.”


22) Manage Your Time Better

“You’ve gotta keep control of your time, and you can’t unless you say no. You can’t let people set your agenda in life.”


23) Great Investors Don’t Diversify

“Diversification is protection against ignorance. It makes little sense if you know what you are doing.”


24) Seize Great Opportunities and Load Up the Truck

“Opportunities come infrequently. When it rains gold, put out the bucket, not the thimble.”


25) History Doesn’t Dictate the Future

“If past history was all that is needed to play the game of money, the richest people would be librarians.”


26) Choose Your Heroes Wisely

“Tell me who your heroes are and I’ll tell you who you’ll turn out to be.”


27) Make Long Term Investments Over Short Term Ones

“If you aren’t thinking about owning a stock for 10 years, don’t even think about owning it for 10 minutes.”


28) Don’t Be Greedy

“…not doing what we love in the name of greed is very poor management of our lives.”


29) Spend Time on Personal Development

“The most important investment you can make is in yourself.”