แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินล้าน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เงินล้าน แสดงบทความทั้งหมด

15 พฤศจิกายน 2566

10 นิสัยรวย!! ที่พวกมหาเศรษฐีมักมีเหมือนกัน

“นิสัยรวย” ไม่ใช่แค่คำพูดเล่นๆ เพราะมันมีอยู่จริง เมื่อ “ทอม คอร์ลีย์” นักวางแผนการเงิน ผู้เขียนหนังสือ Rich Habits ได้ศึกษาลักษณะเด่นของเศรษฐี 233 คน ที่มีทรัพย์สินเฉลี่ย 4.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 143 ล้านบาท) จนสังเกตเห็นแนวคิดการใช้ชีวิตที่แตกต่างจากคนทั่วไป ถ้าเพื่อนๆ อยากมี “นิสัยรวย” อย่างเศรษฐีก็ลองมาดูกันครับว่าต้องทำยังไงบ้าง



1. เศรษฐีต้องอดทนและรอเวลา

ในหนังสือ Rich Habits แบ่งประเภทของเศรษฐีออกเป็น 4 รูปแบบตามลักษณะการหาเงิน ซึ่งกว่าที่จะเป็นเศรษฐีได้นั้น แต่ละประเภทก็ใช้เวลาแตกต่างกันไป

-กลุ่มนักลงทุนมัธยัสถ์ (Saver-Investors) ที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่มีหนี้สิน มีเงินออมไปลงทุนต่อยอด Passive Income จะใช้เวลาเฉลี่ย 32 ปี

-กลุ่มเศรษฐีที่ไต่เต้าตำแหน่งในบริษัทใหญ่ๆ (Big Company Climbers) ใช้เวลาเฉลี่ย 22 ปี

-กลุ่มเศรษฐีอัจฉริยะ เชี่ยวชาญในศาสตร์ต่างๆ (Virtuosos) ใช้เวลาเฉลี่ย 21 ปี

-กลุ่มเศรษฐีเจ้าของกิจการ ใช้เวลาเฉลี่ย 12 ปี



2. เศรษฐีตั้งใจวางแผนการเงิน

49% ของเศรษฐีจะเริ่มออมเงิน 20% ของรายได้ หรือมากกว่านั้น ตั้งแต่วันแรกที่พวกเขาเริ่มทำงาน และทุกคนก็วางแผนการเงินเพื่อเกษียณไว้เป็นอย่างดี โดย 65% มีรายได้มากกว่า 3 ทาง และ 29% มีรายได้มากกว่า 5 ทางเลยทีเดียว



3. เศรษฐีจะประหยัด และไม่เล่นการพนัน

หัวใจสำคัญของการสร้างความมั่งคั่ง คือการไม่ใช้ชีวิตบนความเสี่ยงทางการเงิน ดังนั้น 64% ของเศรษฐีจึงซื้อบ้านแบบ “เจียมเนื้อเจียมตัว” และอีก 55% ซื้อรถมือสอง ส่วนเรื่องการท่องเที่ยวก็ประหยัดสุดๆ เศรษฐีเกือบทั้งหมดใช้จ่ายน้อยกว่า 6,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 200,520 บาท) ต่อปีในวันหยุดพักผ่อน นอกจากนี้ยังพบว่า 84% ของพวกเขาไม่เคยเล่นการพนันเลย



4. เศรษฐีจะสร้างรายได้จากสิ่งที่ตัวเองรัก

86% ของเศรษฐีเปิดเผยว่าพวกเขารู้สึกสนุกกับงานที่ทำ และมี 6 ใน 10 ที่กำลังวิ่งตามความฝัน หรือแพสชั่นในการใช้ชีวิต ซึ่งคนที่สามารถนำความฝันนั้นมาสร้างเป็นแนวคิดทางธุรกิจ จนประสบความสำเร็จนั้น สามารถสร้างความมั่งคั่งสุทธิเฉลี่ยถึง 7.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (247 ล้านบาท)



5. เศรษฐีตื่นนอนเร็ว และรู้ว่าต้องทำอะไร

73% ของเศรษฐีทำงานโดยเฉลี่ย 58 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ พวกเขามักจะตื่นนอนก่อนเริ่มทำงาน 3 ชั่วโมง จดรายการสิ่งต่างๆ ที่ต้องทำ รวมถึงสิ่งที่ “ห้ามทำ” ด้วย เพื่อไม่ให้เสียเวลา จะได้โฟกัสกับสิ่งที่สำคัญที่สุด



6. เศรษฐีต้องเรียนรู้อยู่เสมอ

พวกเขาส่วนใหญ่มีเป้าหมายที่จะไม่หยุดเรียนรู้ พร้อมพัฒนาตัวเองอยู่ตลอด โดยมักจะอ่านหนังสือ ฟังพอดแคสต์ และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสายอาชีพของตัวเองมากขึ้น



7. เศรษฐีจะให้ความสำคัญกับสุขภาพ

เพราะสุขภาพคือทรัพย์สมบัติประการแรก โดยพบว่า 63% ของเศรษฐี จะเล่นกีฬาตั้งแต่เรียนชั้นมัธยมปลาย และเมื่อโตขึ้นก็ยังคงเล่นกีฬาที่เน้นการแข่งขัน และมีเศรษฐี 76% ที่ออกกำลังกายอย่างน้อย 30 นาที/วัน คิดเป็น 4 วัน/สัปดาห์ นอกจากนี้เกือบทุกคนก็ยังให้ความสำคัญกับการนอนหลับ อย่างน้อยวันละ 7 ชั่วโมง



8. เศรษฐีจะช่วยเหลือผู้อื่น

รวยแล้วยังใจบุญอีกด้วย เพราะมีเศรษฐี 72% เข้าร่วมกิจกรรมอาสาในองค์กรท้องถิ่นไม่แสวงหากำไร เป็นเวลา 5 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้นต่อเดือน และอีก 27% ก็เป็นคณะกรรมการช่วยเหลืองานในองค์กรอีกด้วย เศรษฐีเหล่านี้มักจะให้คำปรึกษาผู้อื่น เพราะมันทำให้พวกเขาได้รับแรงบันดาลใจด้วยเช่นกัน



9. เศรษฐีรู้จักพึ่งพาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อทำงานให้สำเร็จ

เศรษฐีเงินล้านส่วนใหญ่ มักจะจ้างทีมงานผู้เชี่ยวชาญและเชื่อมือได้ เช่น ทนายความ, ผู้ตรวจสอบบัญชี, นักการตลาด, ที่ปรึกษาทางการเงิน ฯลฯ เพื่อร่วมกันทำงานให้บรรลุเป้าหมายที่วางไว้



10. เศรษฐีกล้าเผชิญกับความล้มเหลว

มีเศรษฐี 63% ที่วางแผนบริหารความเสี่ยงไปพร้อมๆ กับการสร้างความมั่งคั่ง และมี 27% เคยล้มเหลวในการทำธุรกิจอย่างน้อย 1 ครั้ง แต่พวกเขาก็ไม่ยอมให้มันกลายเป็นอุปสรรค โดยยังมุ่งมั่นสู่เป้าหมายต่อไป ในที่สุดเศรษฐีเกือบทั้งหมดบอกว่า ความสำเร็จในชีวิตของพวกเขา มาจากความคิดเชิงบวก และการตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน



ทั้งหมดนี้คือ “10 นิสัยรวย” จากแนวคิดการใช้ชีวิตของเศรษฐี ซึ่งเพื่อนๆ คงจะเห็นแล้วว่าทุกอย่างต้องอาศัยวินัยและความพยายาม นั่นเพราะความรวยไม่มีทางลัด โลกนี้จึงไม่มีอะไรได้มาง่ายๆ หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ให้ทุกคนนำไปปรับใช้กันได้นะครับ



ที่มา Link

10 ตุลาคม 2566

[แจกฟรี] ตารางการออมเงินแบบ DCA ให้ครบ 1 ล้านบาท

[แจกฟรี] ตารางการออมเงินแบบ DCA ให้ครบ 1 ล้านบาท

  • แบ่งตามจำนวนเงินที่จะ DCA แต่ละเดือน และผลตอบแทนต่อปี
  • เช่น ถ้าเราฝากออมทรัพย์ได้ดอกเบี้ยปีละ 1.5% และออมเงินเดือนละ 3,000 บาท เราจะมีเงิน 1,038,537.80 บาท ใน 24 ปี



21 กรกฎาคม 2559

เงิน 1,000,000 ใครๆก็มีได้

หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่า
“เงิน 1 ล้านบาท”
ชีวิตนี้ ไม่รู้จะมีปัญญาได้ถือเงินสดรึป่าว !?

ทรัพย์สินบางอย่างที่มีมูลค่าเป็นล้าน
ก็มาจากการผ่อนเอาทั้งนั้น

คนที่ชอบผ่อนสินค้านู้นนี่นั่น
คงจะคิดว่าใช้เงินเดือนชนเดือนก็จะแย่ล้าว
มาให้เก็บเงิน ตั้งล้านนึง !!


มันเป็นปายม่ายด้ายยยยย

พี่ทุยขอเถียงแบบเสียงย้วยๆยานๆ ว่า ..
มันเป็นปายยด้ายยยย … ย ย ย ย ย

แบงค์สีเทา "แบงค์พัน" มูลค่า 1,000 บาท
เดือนนึงเก็บให้ได้แค่ใบเดียว
เดือนละ 1,000 บาท
ขอแค่เดือนละ 1,000 บาทเอง

เอาจริงๆไม่โกหกกัน พันเดียวเนี่ย
เที่ยว 1 วันก็หมดแล้ว
ร้านอาหารตามห้างเดี๋ยวนี้ใช้ถูกๆซะที่ไหน

อันนี้ยังไม่รวม ค่าเดินทาง กับ ช็อปปิ้งอีกนะ
ลดเที่ยวเดือนละครั้ง ก็พอล้าวววววว

รู้มั้ยว่าถ้าเก็บเงินเดือนละ 1,000 บาท
ครบ 1 ปี ก็จะกลายเป็น 12,000 บาท

ถ้าเวลาผ่านไปเรื่อยๆ
พี่ทุยขอให้เก็บเพิ่มขึ้นปีละ 5%
ตามเงินเดือนที่เพิ่มขึ้นละกันนน

ปีที่ 2 ก็จะเป็น 12,600 บาท
ปีที่ 3 ก็จะเป็น 13,230 บาท
ทำไปเรื่อยๆๆ

แล้วนำเงินที่เราเก็บไปเนี่ย 
ไปลงทุนให้ได้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 10% 

อย่าตกใจ !
ผลตอบแทนปีเฉลี่ยละ 10% นี่สบายมากเลย
ขอบอก ขอบอก

รู้มั้ยว่า ..
ถ้าเราทำแบบนี้ไป 20 ปี

เราจะมีเงินเก็บทั้งสิ้น 1,075,424 บาท
อ่านว่า ล้านกว่าบาท !!
จากเงินทั้งหมด 396,702 บาท

1,000 บาทต่อเดือน มันไม่ได้เยอะเลยเห็นม้อยย
แต่ปัญหาคือ "20 ปี" 
มันค่อนข้างนานอะเนาะ

เอาจริงๆ ถ้าเราลองเก็บไปเรื่อยๆแบบไม่คิดอะไร
เงินแค่พันเดียวที่หายไปในแต่ละเดือน
เราแทบไม่สะท้านอะไรเลย

ออมเล่นๆ ทำไปทำมา มีเงินเป็นล้าน
บร๊ะแล่วววว ง่ายเกิ๊นนนนน

เอาหน่ะ เดือนละ 1,000 บาท มาออมกันเถอะ !!
เงิน 1,000,000 บาทอยู่แค่เอื้อม 



ที่มา http://www.moneychannel.co.th/columnist_blog_detail/132