07 ธันวาคม 2560

how to migrate git repository from one git server to another git server

We can by simply migrate git repository from one git server to another git server using the git mirror mode. There are just 3 steps to do.

$ git clone --mirror OLD_GIT_REPO.git
$ cd OLD_GIT_REPO
$ git push --mirror NEW_GIT_REPO.git

16 กันยายน 2560

มีชีวิตเพื่ออะไร

ชีวิตที่อยู่เพื่อเงิน คุณจะต้องทุกข์มาก
ชีวิตที่อยู่เพื่อลูก คุณจะต้องเหนื่อยมาก
ชีวิตที่อยู่เพื่อความรัก คุณจะต้องเจ็บปวดมาก
ชีวิตที่ต้องเปรียบเทียบแข่งขัน คุณจะรู้สึกยิ่งต้อยต่ำ

ชีวิตที่อยู่ด้วยความดี คุณจะอยู่อย่างไม่เห็นแก่ตัว
ชีวิตที่อยู่กับปัจจุบัน คุณจะอยู่อย่างโปร่งสบาย
ชีวิตที่อยู่อย่างใจกว้างให้อภัย คุณจะอยู่อย่างมีความสุข
ชีวิตที่อยู่ด้วยความเมตตา คุณจะอยู่อย่างเบิกบานแจ่มใส
ชีวิตที่อยู่อย่างพอเพียง คุณจะอยู่อย่างคนมั่งมีร่ำรวย



ที่มา forward email

13 กันยายน 2560

Add pop-up to ask for username and password [node.js] [express.js] [authorization]

To authorize user with basic username and password pop-up like this is really easy on express.js

You just put this code before doing the routes configuration.

var app = express();
//-----------------------------------
// attach middlewares
//-----------------------------------
app.use(function(req, res, next) {
// define username and password here
var auth = { username: 'username', password: 'password' };

var b64auth = (req.headers.authorization || '').split(' ')[1] || '';
var [username, password] = new Buffer(b64auth, 'base64').toString().split(':');
// Verify username and password are correct
if (!username || !password || username !== auth.username || password !== auth.password) {
res.set('WWW-Authenticate', 'Basic realm="nope"');
return res.status(401).send('Unauthorized');
} else {
return next();
}
});


05 กันยายน 2560

18 กฏแห่งการใช้ชีวิตของ องค์ดาไล ลามะ


























5 โรคสุดฮิตของผู้สูงอายุ

1. เวียนศีรษะ

เป็นอาการที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ มักเป็นๆหายๆ บางครั้งอาจมีอาการบ้านหมุน คลื่นไส้อาเจียน ซึ่งสาเหตุของอาการเวียนศีรษะนั้น เกิดจากปัจจัยที่เกี่ยวกับการควบคุมการทรงตัวของร่างกาย


สิ่งกระตุ้นที่ทำให้สูญเสียการทรงตัวเร็วขึ้น

โรคที่มีผลต่อระบบไหลเวียนโลหิต เช่น โรคเบาหวาน โรคความดันสูง หรือโรคหัวใจ ที่ทำให้เกิดการตีบของหลอดเลือด เลือดจึงไหลไปเลี้ยงอวัยวะทรงตัวหูชั้นในได้ไม่ดี หรือไปเลี้ยงสมองที่ทำหน้าที่ควบคุมการทรงตัวได้ไม่เพียงพอ

สำหรับผู้ที่มีอาการเดินเซ เวียนศีรษะ ไม่ควรให้นั่งหรือนอนอยู่เพียงอย่างเดียว แต่ควรได้เดินไปทำกิจวัตรประจำวันด้วย แต่ต้องมีคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่ควรพยุงตลอดเวลา เพราะจะทำให้ผู้สูงอายุไม่สามารถเดินเองได้



2. โรคกระดูกพรุน

เป็นโรคที่พบในผู้สูงอายุทุกคน อันมีสาเหตุสำคัญจากการทำงานของฮอร์โมนที่ลดลง


สิ่งกระตุ้นที่ทำให้เป็นโรคกระดูกพรุน

1. ไม่ได้รับแคลเซียมเพียงพอ
2. กรรมพันธุ์
3. การใช้ยาสำหรับโรคบางอย่างทำให้เกิดการลดความหนาแน่นของกระดูก เช่น ยาคอร์ติโซน
4. การสูบบุหรี่หรือดื่มสุราเป็นประจำ
5. ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน เช่น ดื่มชา หรือกาแฟ ซึ่งมีผลทำให้กระดูกเสื่อมง่าย
6. ขาดการออกกำลังกาย
7. ขาดวิตามินดี เพราะในวิตามินดี มีความจำเป็นในการดูดซึมแคลเซียมไปใช้


ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคกระดูกพรุน

1. ออกกำลังกายเป็นกิจวัตร
2. ควรรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง เช่น ปลากระป๋องปลาเล็กปลาน้อยหรือดื่มนมพร่องมันเนยผักผลไม้เป็นต้นมา
3. งดดื่มสุราและงดสูบบุหรี่



3. โรคข้อเสื่อม

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงที่กระดูกอ่อนผิวข้อเป็นหลัก โดยมากมักเป็นที่ตำแหน่งข้อ คือ มีอาการปวดและเป็นหลังจากที่มีการใช้ข้อมากกว่าปกติ อาจมีอาการเจ็บด้านใดด้านหนึ่งของข้อได้ หรืออาจมีอาการบวมแดง แต่เมื่อได้พักอาการปวดก็จะลดลงหรือหายไป แต่อาการจะเป็นๆหายๆ ขึ้นอยู่กับการใช้งานข้อนอก จากนี้ยังมีอาการข้อฝืดเกิดขึ้นจากการหยุดการเคลื่อนไหวข้อเป็นเวลานาน เช่น นั่งท่าเดียว นั่งสมาธิและนั่งพับเพียบฟังเทศน์ เป็นต้น


ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคข้อเสื่อม

1. หมั่นออกกำลังกาย บริหารกล้ามเนื้อให้แข็งแรง
2. เข้าห้องน้ำไม่ควรนั่งยอง ควรปรับเปลี่ยนเป็นชักโครก หรือหาม้าสามขา มาคร่อมบนส้วมซึม
3. ไม่ควรนั่งกับพื้น หรือทำกิจกรรมที่ต้องก้มเป็นเวลานาน
4. หลีกเลี่ยงการขึ้นบันไดหรือที่สูงชัน
5. หลีกเลี่ยงการยกของหนัก



4. โรคสมองเสื่อม

เป็นโรคที่มักพบในผู้สูงอายุ เกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งแก้ไขได้ เช่น เกิดจากการขาดสารอาหารบางชนิด หรือแก้ไขไม่ได้ เช่น โรคอัลไซเมอร์


ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคสมองเสื่อม

1. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด
2. ระวังการใช้ยาเอง ควรให้แพทย์เป็นผู้สั่งยาทุกครั้ง และควรนำยาที่รับประทานเป็นประจำไปให้แพทย์ดูเพื่อกันการสั่งยาซ้ำซ้อน
3. หมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกปี และเจาะเลือดตรวจหาประวัติและไขมันในเลือดสูง
4. ออกกำลังกายเป็นประจำ
5. หากิจกรรมที่ทำให้ผ่อนคลายความตึงเครียดและชะลอภาวะสมองเสื่อม เช่น ดนตรีบำบัด เต้นรำ เล่นเกมฝึกสมอง กลิ่นบำบัด และการออกกำลังกายที่ฝึกความสำพันธ์ของร่างกายและการสั่งงานของสมองซีกซ้ายและขวา



5. โรคซึมเศร้า

เป็นอาการเจ็บป่วยทางจิตใจที่สำคัญซึ่งไม่อาจมองข้ามได้ เพราะโรคซึมเศร้าเป็นสาเหตุหนึ่งของการฆ่าตัวตาย

ทำอย่างไรให้ห่างไกลโรคซึมเศร้า

1. หลีกเลี่ยงการอยู่คนเดียว
2. พยายามปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นในวัยนี้
3. ทำกิจกรรมหรืองานอดิเรก รวมทั้งทำกิจกรรมเข้าสังคมร่วมกับผู้อื่น
4. หากอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำ






ที่มา forward email

03 กันยายน 2560

หุ้นดีที่ถูกมองข้าม hidden gems stocks หรือ หุ้นผ้าขี้ริ้วห่อทอง

ในตลาดหลักทรัพย์นั้นมีหุ้นกลุ่มนึงที่มีสินทรัพย์แฝงอยู่จำนวนมาก บางบริษัทมีสินทรัพย์แฝงมูลค่ามากกว่ามูลค่าของตัวบริษัทซะอีก

เรามาดูกันครับ ว่าหุ้นที่มีสินทรัพย์แฝง (hidden gems stocks หรือ หุ้นผ้าขี้ริ้วห่อทอง) นั้นมีตัวไหนกันบ้าง

*ข้อมูลราคา ณ วันที่ 16 กค 2020

หุ้นที่มีสินทรัพย์แฝง

จากเว็บไซต์ https://hoonapp.com/gem เราสามารถดูหุ้นที่มีสินทรัพย์แฝงได้ โดยจากรูปด้านบน

  • ราคา คือ ราคาปิดล่าสุด
  • Gems (%) คือ อัตราส่วนมูลค่าแฝง ถ้ามากกว่า 100 แสดงว่าหุ้นตัวนั้นๆ ถือสินทรัพย์ที่มีค่ามากกว่ามูลค่าตัวเองอยู่
ตัวอย่างหุ้นที่น่าสนใจ



INTUCH

หุ้น INTUCH 1 หุ้น ราคา 57 บาท แต่ถือหุ้นตัวอื่นๆ มูลค่า 70.60 บาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าราคาหุ้น INTUCH 123.85%





QH

หุ้น QH 1 หุ้น ราคา 2.16 บาท แต่ถือหุ้นตัวอื่นๆ มูลค่า 4.26 บาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าราคาหุ้น QH 197.09%





BA

หุ้น BA 1 หุ้น ราคา 6.20 บาท แต่ถือหุ้นตัวอื่นๆ มูลค่า 11.24 บาท ซึ่งมีมูลค่ามากกว่าราคาหุ้น BA 181.36%







28 สิงหาคม 2560

กรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) กองทุนรวมหุ้นปันผลยอดฮิตในอดีต

ผมเชื่อว่านักลงทุนหลายคนน่าจะรู้จักคุ้นเคยกับกองทุนรวมกรุงศรีหุ้นปันผล (KFSDIV) หรือพี่น้องฝาแฝดของกองทุนรวมกรุงศรีหุ้นระยะยาวปันผล (KFLTFDIV) เป็นอย่างดี เพราะในอดีตเคยเป็นกองทุนที่ฮิตมาก แต่ระยะหลังๆ 3 ปีที่ผ่านมาผลงานเริ่มแผ่วลงไป



ผลงานแผ่วช่วงปี 2013-2016

จากกราฟด้านล่างช่วงปี 2013-2016 ผลการดำเนินงานของ KFSDIV ไม่ค่อยดี ทำให้บางคนตัดสินใจสลับเงินไปลงทุนกับ บลจ อื่นแทน

ที่มา www.krungsriasset.com

สาเหตุที่ผลการดำเนินงานของ KFSDIV ไม่ค่อยดีอาจจะมาจากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็นการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการกองทุน กองทุนมีการขายหุ้นร้านสะดวกซื้อออกไปเพราะปัญหาเรื่องธรรมาภิบาล ณ ตอนนั้น และได้สลับเงินไปลงทุนกับหุ้นพลังงาน ประกอบกับราคาน้ำมันเป็นช่วงขาลงพอดี



ผลงานเริ่มดีขึ้น

ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผลงานของ KFSDIV เริ่มดีขึ้น และทำผลงานได้ดีกว่า SET INDEX ดังรูป

ที่มา www.krungsriasset.com

ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีและสามารถคาดหวังได้ว่าอนาคตน่าจะทำได้ดีกว่าช่วงปี 2013-2016  อาจจะมาจากการทำงานของทีมผู้บริหารชุดใหม่เริ่มลงตัวขึ้น



KFSDIV เทียบกับกองทุนคู่แข่ง

ผมลองเทียบ KFSDIV กับกองทุนอื่นๆ ที่ลงทุนในหุ้นไทยโดยใช้เครื่องมือจากเว็บ morningstarthailand.com และเลือก Category = Equity Large Cap และเรียงลำดับตาม Morningstar Rating Overall พบว่า KFSDIV นั้นอยู่อันดับที่ 20 - 30 จากทั้งหมด 200 กว่ากองทุนครับ แสดงว่า ยังมีอีกหลายกองทุนที่ทำผลงานได้ดีกว่า KFSDIV แต่ก็มีอีกหลายกองทุนเช่นกันที่ทำผลงานได้แย่กว่า KFSDIV (เปรียบเทียบแบบคร่าวๆนะครับ) โดย KFSDIV นั้นได้ Morningstar Rating Overall 4 ดาวครับ

ที่มา morningstarthailand.com



ข้อด้อยของ KFSDIV ในมุมมองของผม

ขอเริ่มจากข้อด้อยก่อน และจะกร่าวถึงข้อเด่นทีหลังนะครับ ซึ่งในมุมมองของผม KFSDIV มีข้อด้อยดังนี้
  • ค่าธรรมเนียมแพงกว่ากองทุนอื่นๆ ที่มีลักษณะคล้ายกัน
  • ผลงานไม่ติด Top 10


ข้อดีของ KFSDIV ในมุมมองของผม
  • มีรายงานสรุปกองทุนประจำเดือนให้นักลงทุนได้อ่าน (สามารถดาวน์โหลดได้ที่เมนู ภาวะตลาดกองทุน KFSDIV จากเว็บ https://www.krungsriasset.com/th/FundDetail.html?fund=KFSDIV)
  • Portfolio Turnover Ratio ค่อนข้างต่ำ โดยจากรายงานประจำปี 2560 นั้น Portfolio Turnover Ratio ของ KFSDIV มีค่า 24.6% ซึ่งถือว่าน้อยมาก (Portfolio Turnover Ratio คือความถี่ในการเปลี่ยนหุ้นใน 1 ปี เช่น ถ้า KFSDIV ถือหุ้น 100 ตัว แสดงว่าใน 1 ปี KFSDIV จะขายหุ้น 24-25 ตัว เพื่อซื้อหุ้นตัวใหม่) สำหรับผมแล้ว Portfolio Turnover Ratio ต่ำๆ น่าจะดีเพราะหมายความว่า กองทุนเน้นถือยาวจริงๆ และจะเป็นการประหยัดค่าใช้จ่ายในการซื้อขายหุ้นด้วย
  • กองทุนมีการจ่ายเงินปันผลให้กับนักลงทุนทุกปีตั้งแต่ปีที่ก่อตั้ง (2550) และจ่ายเงินปันผล 4 ครั้ง (ทุกไตรมาส) เกือบทุกปี ซึ่งหลายๆ คนน่าจะชอบ KFSDIV ที่ตรงนี้ครับ
ที่มา www.wealthmagik.com


  • กองทุนมีการถือหุ้นในทุกอุตสาหกรรม และถือหุ้นไม่มาก ไม่น้อยจนเกินไป (ล่าสุดถือ 40 ตัว) ดังรูปด้านล่าง
ที่มา www.wealthmagik.com



สร้าง Passive Income อย่างง่ายๆด้วยกองทุน KFSDIV

Passive Income หรือรายได้โดยที่เราไม่ต้องทำงานนั้น เราสามารถสร้างได้โดยการทะยอยออมเงินแต่ละเดือนลงไปในกองทุน KFSDIV ครับ (หรืออาจจะลงทุนในหุ้นหรือกองทุนอื่นๆ ก็ได้เช่นกัน)

ตัวอย่าง

  • ออมเงินเดือนละ 6,000 บาททุกเดือนในกองทุน KFSDIV
  • ระยะเวลา 20 ปี 
  • เงินปันผลได้ปีละ 8% และในช่วง 20 ปี เราจะนำเงินปันผลไปลงทุนต่อในกองทุน KFSDIV (re-investment)

future value calculator


จากรูป future value calculator (from http://www.thecalculatorsite.com/articles/finance/future-value-formula.php)

  • ณ ปีที่ 20 เราจะมีเงินทั้งสิ้น 3,534,122.49 บาท
  • กองทุน KFSDIV น่าจะปันผล 8% ดังนั้นเราจะได้เงินปันผล 282,729 บาทต่อปี หรือเดือนละ 23,560 บาทโดยที่เราไม่ต้องทำงานประจำ
  • จากตัวอย่าง ถ้าเราออมเงินมากกว่าเดือนละ 6,000 บาท ก็จะได้ Passive Income มากกว่าค่าข้างต้นครับ



















14 กรกฎาคม 2560

M-CHAI อัพไซต์ไม่น่าจะต่ำกว่า 5 เท่า


m-chai หรือโรงพยาบาลมหาชัยที่ตอนนี้มีโรงพยาบาลในเครือ 6 แห่ง เตรียมที่จะสร้างโรงพยาบาลพรีเมี่ยมขนาดใหญ่ 550 เตียง (ขนาดเท่าโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์) บนถนนพระราม 4 มูลค่าโครงการ 15,000 ล้านบาท (คาดว่าจะอยู่ในโครงการ One Bangkok) ซึ่งจะยื่น EIA ปลายปีนี้ และจะเปิดเฟสแรกปลายปี 2562 โดยจะถือหุ้น 42% และส่วนที่เหลือน่าจะเป็นกลุ่มเสี่ยเจริญ



โดยเงินลงทุนส่วนใหญ่จะมาจากการกู้ แบ่งเป็น 

1.ส่วนของผู้ถือหุ้นใน บ.ร่วมทุนแห่งนี้จำนวน 1,050 ล้านบาท จากทั้งหมด 2,500 ล้านบาท >> m-chai วางแผนที่จะกู้เพื่อมาใส่เงินก้อนนี้ และจะทำให้ D/E เพิ่มเป็น 2.04 เท่า
2.พอทุกฝ่ายใส่เงินเข้าไปแล้ว บ.ร่วมแห่งนี้ก็จะทำ project finance ต่ออีก 4,500 ล้านบาทมาสร้างโรงพยาบาล
3.หลังจากเปิดเฟสแรกแล้ว ก็จะทยอยนำเงินสดจากการดำเนินงานมาลงทุนต่อจนครบ 15,000 ล้านบาท 



จึงทำให้การลงทุนครั้งนี้ M-chai อาจไม่ต้องเพิ่มทุน หรือหากเพิ่มก็คงไม่มากนัก ทีนี้ก็จะเหลือแค่ค่าเสื่อมกับดอกเบี้ยที่อาจทำให้บริษัทขาดทุนในช่วงปี 2562-2564 และจะกลับมาทำกำไรได้ในปี 2565 จำนวน 171 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 640 ล้านบาทในปี 2566 (ตามความเห็นของที่ปรึกษาทางการเงิน, แคปปิ ตอล ลิ้งค์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด)



ซึ่งพอคิดส่วนแบ่งกำไรตามสัดส่วนการลงทุนที่ 42% ก็จะรับรู้กำไรปี 2566 เข้ามาในงบ 269 ล้านบาท และเมื่อรวมกับกำไรของ M-chai ปี 2559 ที่ 173 ล้านบาท ให้เติบโตปีละ 10% ต่อปี จะได้กำไรปี 2566 ที่ 336 ล้านบาท เมื่อรวมกับส่วนแบ่งกำไรจากโรงพยาบาลใหม่นี้ก็จะทำให้กำไรปี 2566 อยู่ที่ 605 ล้านบาท ซึ่งหากให้ p/e ใกล้เคียงกลุ่มการแพทย์แบบ conservative ที่ 25 เท่า (BH อยู่ที่ 36 เท่า) จะได้ marketcap = 15,125 ล้านบาท หรือคิดเป็นราคาต่อหุ้นที่ 1,260 บาท ภายในปี 2566 เทียบกับราคาปัจจุบันที่ 224 บาท



อย่างไรก็ดี ประมาณการเบื้องต้นนี้ อิงตามการประเมินของที่ปรึกษาทางการเงินเป็นหลัก หากโรงพยาบาลแห่งนี้ทำกำไรได้ช้ากว่าที่คาด อาจทำให้ใช้เวลานานกว่านี้กว่าที่ราคาจะไปแตะ 1,260 บาท แต่ความเห็นส่วนตัวเชื่อว่าโครงการนี้มีโอกาสประสบความสำเร็จสูงมากมาก เพราะว่าตั้งอยู่ในโครงการ One bangkok ของ tcc group ที่มีมูลค่าโครงการรวม 120,000 ล้านบาท โดยจะเป็นทั้งแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ + ศุนย์รวมโรงแรม + ออฟฟิส + คอนโด รวมแล้วจุคนได้ประมาณ 60,000 คน ซึ่งแน่นอนว่าคนเหล่านี้หากป่วยคงมองโรงพยาบาลแห่งนี้เป็นอันดับแรก อีกทั้ง CEO ของบริษัทร่วมทุนแห่งนี้คือ นายแพทย์สิน อนุราษฎร์ ซึ่งเคยเป็นผู้อำนวยการด้านการแพทย์ให้กับโรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จึงน่าจะทำให้ทุกๆอย่างออกมาได้ไม่แพ้บำรุงราษฎร์ (บำรุงราษฎร์มีกำไรปี 2559 ที่ 3626 ล้านบาท ซึ่งด้วยขนาดโรงพยาบาลใหม่แห่งนี้ที่มีขนาดเท่ากัน แต่ทำเลดีกว่ามาก + อยู่ในดงพนักงานออฟฟิศที่มีประกันบริษัททุกคน + ดงโรงแรมคอนโดและที่ท่องเที่ยว จึงเชื่อว่ากำไรที่ 640 ล้านบาทในปี 2566 นั้น น่าจะทำได้สบายๆ)



ทั้งนี้ทั้งนั้นทาง m-chai ยังไม่ได้แจ้งอย่างเป็นทางการว่าโรงพยาบาลแห่งนี้จะอยู่ที่ไหน หรือร่วมทุนกับใคร แจ้งแต่เพียงว่าจะอยู่บนถนนพระราม 4 แต่สาเหตุที่ผู้เขียนคิดว่าจะอยู่ในโครงการ One bangkok และร่วมทุนกับกลุ่มเสี่ยเจริญ คือ 


1.ในรายงานแจ้งว่าโครงการจะอยู่ในย่านศูนย์กลางทางธุรกิจและพาณิชยกรรม บนถนนพระรามที่ 4
2.ในรายงานแจ้งว่าอาคารตั้งอยู่ในโครงการมาสเตอร์แพลน โดยผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของภูมิภาคมีการดูแลรักษาสภาพแวดล้อมที่ดีทั่วทั้งโครงการ มีสวนสาธารณะขนาดใหญ่อยู่ใกล้เคียง + ที่ดินอยู่ติดถนนพระราม 4 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการของผู้พัฒนาโครงการ พื้นที่โครงการจะแยกเป็นอาคารออกจากส่วนอื่น ๆ ซึ่งมี ทางเข้าออกเป็นของตัวเอง
3.บ.ร่วมแห่งนี้ได้มีการทำสัญญาเช่าช่วงที่ดินและการพัฒนา โดยวัตถุประสงค์ของสัญญาคือ "ผู้พัฒนาโครงการต้องการจะให้เช่าช่วงที่ดินส่วนหนึ่งของโครงการของผู้พัฒนาโครงการ"
4.ที่ตั้งของโรงพยาบาลจะเป็นสัญญาเช่าช่วง 30+30 ปี ซึ่งตรงกับที่ดินแปลง one bangkok



ซึ่งผู้เขียนมองว่าราคาที่ลดลงมาอย่างหนักกว่า 33% จากต้นปีที่ 328 บาท มาอยู่ที่ 224 บาท ณ เวลาเขียน ส่วนหนึ่งจากความกังวลเรื่องแผนลงทุนนี้ ว่าจะสร้างผลขาดทุนในช่วงแรก แต่มองข้ามอนาคตที่สดใจนั้น เป็นโอกาสในการเข้าลงทุนที่ดีมาก



ปล. อย่าลืมตั้ง See First นะครับ (สำหรับมือถือกดตรงปุ่ม following หน้าแรกเพจ แล้วเลือก See first) จะได้ไม่พลาดทุกโพสต์ เพราะช่วงนี้เฟสบุ๊คลดเปอร์เซ็นต์การเข้าถึงของเพจต่างๆ ลงมาก



โดย หุ้นลับ (facebook.com/hoonlub)

19 มิถุนายน 2560

พออายุใกล้ 70 ข้าพเจ้า เรียนรู้ สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต

เจ้าผู่ชู นักเขียนอักษรพู่กันจีน ชื่อดัง ได้บันทึกถึงความรู้สึกที่มีต่อชีวิตเมื่อผ่านเข้า วัย 70 ซึ่งมีสาระน่าสนใจดังนี้

"พออายุใกล้ 70 ข้าพเจ้า เรียนรู้ สิ่ง 7 สิ่งในชีวิต"



1. ต้องอยู่ให้รอด

ดวงอาทิตย์ขึ้นแล้วตก อยู่อีก 1 วัน เหลือน้อยลง 1 วัน สุขอีก 1 วัน กำไร 1 วัน



2. ต้องอยู่ให้มีความสุข

ตำแหน่งสูง มิสู้มีรายได้สูง รายได้สูง มิสู้อายุยืน อายุยืน มิสู้มีความสุข..ขอให้มีความสุข เพราะความสุขคือเงินสด นอกนั้นแค่กระดาษเช็ค



3. ต้องเป็นของเราเอง

หมายถึง ไม่ใช่เป็นของคนอื่น หรือ ยืมของคนอื่นมาใช้ ตำแหน่งเป็นของชั่วคราว เกียรติยศเดี๋ยวก็ผ่านไป สุขภาพเท่านั้นที่เป็นของเรา



4. ไม่เหมือนกัน ย่อมไม่เหมือนกัน

ความรักที่พ่อแม่ให้กับลูกไม่มีขีดจำกัด แต่ ความรักของลูกต่อพ่อแม่มีขีดจำกัด ลูกๆ ป่วย พ่อแม่กลุ้มใจ พ่อแม่ป่วย แค่ลูกๆ มาเยี่ยมมาถามไถ่ ก็พอใจแล้ว ลูกๆ ใช้เงินของพ่อแม่ สมเหตุสมผล พ่อแม่จะใช้เงินของลูกๆ ต้องมีเหตุมีผล บ้านของพ่อแม่ก็คือบ้านของลูกๆ บ้านของลูกๆ ไม่ใช่ บ้านของพ่อกับแม่ ไม่เหมือนกันก็คือไม่เหมือนกัน พ่อแม่ที่เข้าใจจะถือเอาความกตัญญู กตเวทีของลูกๆ เป็นจิตอาสาและความสุข ไม่หวังการตอบแทน หากหวังการตอบแทน นั่นคือหาทุกข์ใส่ตัว



5. อย่าคาดหวังใคร

ยามป่วยอย่าคาดหวังใคร แม้แต่ลูกๆ "ไม่มีลูกกตัญญูหน้าเตียงคนป่วยเรื้อรังหรอก"

คาดหวังคู่ชีวิตหรือ เขาเองก็เอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ที่คาดหวังได้

คือเงินอย่างเดียว ใช้เงินรักษาตัว



6. ระลึกแต่ความหลัง

อาจจำเป็นเพราะจำเรื่องราวได้น้อยลง ลืมมากขึ้น ฉะนั้น

สุขภาพคือทรัพย์ จำไว้ แข็งแรงเข้าไว้ หาความสุขเสมอ



7. อย่ากลัวความตาย

เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมชาติ ทุกคนเท่าเทียมกัน ต้องมีความพร้อมด้านจิตใจ พอยมบาลมาเรียก ก็พร้อมที่จะไปได้เลย ต้องไม่มีการอาลัยอาวรณ์



ครบ 7 ข้อ

ยามลำบาก มากอุปสรรค

ต้องตั้งหลักให้มั่นคง

ยามได้ดี มียศสูงส่ง ต้องรู้ปลง ปลดปล่อยวาง



ฉะนั้นอย่าท้อ เวลาผ่านไปเงื่อนไขเปลี่ยน สถานการณ์ก็มักผันแปร อาจดีขึ้น ก็ได้

เราไม่จำเป็นต้องรวย เพราะมีเงินมาก แต่เราอาจรวยความสุขได้เพราะการให้



**ผมอ่านทุกครั้งกินใจทุกครั้งจึงส่งต่อมา และขอขอบคุณที่อ่านจนจบครับ ขอบคุณ

เขียนได้ดีก๊อปมาให้อ่านกัน

เราคือเพื่อนกัน

ไม่ใช่สายโลหิต ไม่ใช่ญาติ หากเป็นความผูกพันที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญแท้ๆ

เป็นความประจวบเหมาะ เป็นความพอดีที่มาพบเจอ มาเรียน มาทำงานด้วยกัน มาร่วมชะตากรรมเดียวกัน แล้วนับจากนั้นก็ผูกพันกันเรื่อยมา ในฐานะเพื่อน

ลบไม่ออก แก้ไขไม่ได้

เว้นเสียแต่ว่า จะเปลี่ยนสถานะใหม่ให้เป็นศัตรูกัน ซึ่งโอกาสนั้นก็เป็นได้น้อยในหมู่เพื่อน

อายุล่วงมาถึงวันนี้ เพื่อนใหม่ไม่มีแล้ว ใจไม่อยากเปิดรับเข้ามาอีก ก็คงมีแต่เพื่อนเก่าสมัยเรียน ประถม- มัธยม - อุดมศึกษา - เริ่มทำงาน หรือ เรียนปริญญาบัตรอื่นๆ ซึ่งนับวันจะเหลือน้อยลงไป

เพื่อนเก่าแต่ละคน อายุก็ไล่ๆ กันกะเรา หรือแก่อ่อนกว่ากันไม่มาก บางคนไปไหนไม่ได้ ไปไม่ไหวแล้ว

บ้างก็ทำงานไกล อาศัยอยู่ไกล บ้างติดภาระของลูกบ้างเมียบ้าง กระทั่งธุระของหลาน รวมทั้งสังขารของตน

จะเห็นชัดเจนว่า มีการลดจำนวนครั้งที่นัด

นัดแต่ละทีก็มีจำนวนคนลดลง เพื่อนบางคนล่วงหน้าเสียชีวิตไปก่อนแล้ว ยามคิดถึง ก็ได้แต่จุดธูปเทียน เขียนชื่อ ยกมือพนม ทำบุญ ระลึกถึง

จะมีอะไรไปถึงหรือไม่ ไม่รู้ พิสูจน์ไม่ได้ แล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าไปถึงเพื่อน ว่าเพื่อนจะได้รับ

"ดูแลกันยามมีชีวิต ยามเดือดร้อนนี่แหละครับ ดูแลกันตามกำลัง"

ถ้าเพื่อนไม่ช่วยเพื่อนแล้ว ใครล่ะครับจะช่วย คนอื่นเขายิ่งไม่รู้จักมักคุ้น ไม่ใช่เพื่อนกัน ใครเขาจะยื่นมือมา

ผิดพลาดไปบ้าง ห่างเหินไปหน่อย บกพร่องระหว่างกันไปบ้าง อภัยเถิดครับ

"ทำใจสบายๆ เปิดใจให้กว้าง เอื้อเฟื้อดูแลเกื้อกูลกันยามมีชีวิตดีที่สุดครับ"

เพราะเราคือ เพื่อนกัน



from: forward email