แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rmf แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ rmf แสดงบทความทั้งหมด

01 กันยายน 2568

5 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อ RMF ลดหย่อนภาษี

5 เรื่องต้องรู้ ก่อนซื้อ RMF ลดหย่อนภาษี

กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund (RMF) เป็นรูปแบบการลงทุนที่คนอายุน้อยๆ มักจะมองข้าม เพราะคิดว่ากว่าจะได้ขายคืนเพื่อนำเงินออกมา ต้องรอจนถึง อายุ 55 ปีบริบูรณ์ และต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีอีกด้วย แต่จริงๆ แล้วความเข้าใจนี้อาจไม่ถูกนัก หากได้เจาะลึกลงไปที่ตัว RMF อีกสักนิด คุณอาจเปลี่ยนใจมาเริ่มต้นลงทุนใน RMF เป็นตัวเลือกแรกๆ เลยก็ได้



เริ่มซื้อ RMF ตอนไหนดี

RMF เป็นผลิตภัณฑ์การออม การลงทุน ตัวแรกๆ ที่ควรซื้อเก็บไว้ยิ่งเร็วยิ่งดี เพราะจะมีเวลาให้ผู้ลงทุนได้ทยอยใส่เงินเก็บไว้ใช้ยามเกษียณแบบสบายๆ และเงินที่ลงทุนไปนั้นก็จะมีเวลาสร้างดอกออกผลได้เต็มที่ รวมถึงได้ฝึกวินัยในการออมและการลงทุนตั้งแต่ยังหนุ่มสาว เพราะต้องซื้อต่อเนื่องแบบเก็บสะสมไปเรื่อยๆ อีกทั้งการเริ่มลงทุนเร็ว ยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้หลายปีด้วย



นับครบ 5 ปีลงทุนอย่างไร ไม่ผิดเงื่อนไข

ระยะเวลาถือครอง RMF มีเงื่อนไขคือ ต้องลงทุนต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีบริบูรณ์ แบบวันชนวัน ปีชนปี สามารถเว้นการลงทุนได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน (ซื้อปีเว้นปีได้) โดยการนับอายุของ RMF จะนับจากกองทุน RMF กองแรกที่เราซื้อเข้ามาอยู่ในพอร์ต จากนั้นจะทยอยซื้อ RMF กองเดิม หรือกองใหม่ๆ เพิ่มก็ได้ ไม่แยกนับอายุรายกองทุนเหมือนการลงทุนในรูปแบบอื่นๆ

หากอายุผู้ลงทุนยังไม่ครบ 55 ปีบริบูรณ์ จะไม่สามารถขายคืนได้ หรือหากอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ แต่ระยะเวลาลงทุนไม่ครบ 5 ปี ก็จะต้องถือต่อให้ครบ เช่น เริ่มซื้อ RMF เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2565 และมีการซื้อต่อเนื่อง ไม่ว่าจะซื้อกองเดิม หรือซื้อกองใหม่ๆ ภายหลังก็ตาม ทุกกองที่ซื้อ จะถือว่าครบกำหนดตามเงื่อนไขในวันที่ 10 ม.ค. 2570 และจะสามารถขายหน่วยลงทุนทั้งหมดโดยไม่ผิดเงื่อนไขการถือครองในวันที่ 11 ม.ค. 2570 ยกเว้นผู้ที่ไม่ได้ลงทุนต่อเนื่อง เช่น ลงทุนแบบปีเว้นปี ก็จะต้องถือครองเป็น 10 ปี เพราะการนับระยะเวลาของ RMF จะนับเฉพาะปีที่มีการซื้อหน่วยลงทุนเท่านั้น



ซื้อเกินเงื่อนไขทางภาษีได้หรือไม่

เราสามารถซื้อ RMF เพื่อลดหย่อนภาษีได้สูงสุดไม่เกิน 30% ของรายได้พึงประเมินก่อนหักภาษีและค่าลดหย่อนต่างๆ และเมื่อรวมกับการออมเพื่อเกษียณอื่นๆ เช่น กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ, กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน รวมถึงประกันแบบบำนาญ และ SSF ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

หากลงทุนเกินเงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนดข้างต้น จะได้รับการยกเว้นกำไรจากการขายเมื่อถือครบกำหนดเฉพาะส่วนที่นำมาลดหย่อนภาษีได้เท่านั้น กำไรส่วนที่ซื้อเกินจะไม่ได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษี อีกทั้งยังต้องนำกำไรในส่วนที่เกินนั้นไปคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้ด้วย ซึ่งจะยุ่งยากในการย้อนกลับไปดูรายละเอียดในส่วนที่เกินเงื่อนไขภาษีของแต่ละกองทุนในแต่ละปี ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อเกินกว่าสิทธิที่กฎหมายกำหนด



ทำไมจึงควรทยอยซื้อตั้งแต่ต้นปี

การลงทุนใน RMF ก็เหมือนกับการลงทุนรูปแบบอื่นๆ ที่ต้องศึกษานโยบายของกองทุนว่านำไปลงทุนในสินทรัพย์ประเภทใดบ้าง มีการกระจายในหลากหลายอุตสาหกรรมมากน้อยเพียงใด มีสัดส่วนการลงทุนอย่างไร มีเรื่องอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ เป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการทยอยเข้าซื้อ RMF แต่ละตัวในจังหวะที่เหมาะสมได้ หรือจะใช้วิธีทยอยซื้อแบบเฉลี่ยต้นทุน ด้วยการลงทุนเท่าๆ กันทุกเดือนแบบ DCA ก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นการหาจังหวะลงุทน หรือทยอยซื้อแบบ DCA หรือผสมทั้งสองแบบ ก็ควรคำนวณไว้ก่อนว่า เราสามารถซื้อได้เท่าไหร่ถึงจะไม่เกินสิทธิทางภาษี ส่วนเงินลงทุนส่วนที่เกินนั้นจะได้นำไปวางแผนลงทุนในรูปแบบอื่นๆ ควบคู่กันไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ



ครบกำหนดขายคืน ควรขายทั้งก้อน หรือทยอยขาย

ผู้ลงทุนที่มีอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ และได้มีการลงทุนใน RMF ต่อเนื่องอย่างน้อย 5 ปีเต็มแล้ว แต่ยังมีรายได้ และต้องการใช้สิทธิลดหย่อนทางภาษีอยู่ กรณีนี้ไม่ควรรีบขายคืน เพราะหากผู้ลงทุนมีการซื้อ RMF เพิ่มเติมหลังจากได้ขาย RMF ที่ครบเงื่อนไขไปแล้ว ไม่ว่าจะขายทั้งหมด หรือบางส่วนก็ตาม การนับระยะเวลาการลงทุน RMF ทั้งหมดที่ถืออยู่ จะต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด ทำให้ผู้ลงทุนต้องรออีกอย่างน้อย 5 ปีเต็ม ถึงจะขาย RMF กองที่ยังถืออยู่ได้อีกครั้งโดยไม่ผิดเงื่อนไขการนำไปลดหย่อนทางภาษี

ส่วนใครที่ไม่มีรายได้แล้ว กรณีนี้สามารถเลือกขายเพื่อนำเงินออกมาทั้งหมด หรือทยอยขายก็ได้ เพราะไม่มีเงื่อนไขทางภาษีมาเกี่ยวข้องแล้ว โดยเงินที่นำออกมานั้น ควรใช้ตามวัตถุประสงค์ของกองทุน เพื่อเป็นแหล่งรายได้เก็บไว้ใช้ในช่วงหลังเกษียณอย่างแท้จริง





18 กันยายน 2566

รวมโปรโมชั่นซื้อกองทุนรวม SSF RMF 2566

 รวมโปรโมชั่นซื้อกองทุนรวม SSF RMF 2566 ของแต่ละ บลจ (ข้อมูลล่าสุด กันยายน 2566)


บลจ. บัวหลวง

  • ลงทุนกองมทุน RMF / SSF ปี 66 รับฟรี ​Starbuck e-Coupon มูลค่า 300 บาท / ท่าน
  • ถึง 29 ธ.ค. 66




บลจ. วรรณ

  • ลงทุนกองมทุน RMF / SSF ปี 66 รับฟรีหน่วยลงทุนกองทุน 1AM-DAILY-RA มูลค่า 20 บาท (ต่อเงินลงทุนทุกๆ 10,000 บาท)
  • ถึง 29 ธ.ค. 66



บลจ. แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์

  • ลงทุนกองมทุน RMF / SSF ปี 66 รับฟรีหน่วยลงทุนกองทุน LHMM-A มูลค่า 100 บาท (ต่อเงินลงทุนทุกๆ 50,000 บาท)
  • ถึง 29 ธ.ค. 66



บลจ. กรุงศรี

  • ลงทุนกองมทุน RMF / SSF ปี 66 รับฟรีหน่วยลงทุนกองทุน KFCASH-A มูลค่า 100 บาท (ต่อเงินลงทุนทุกๆ 50,000 บาท)
  • ถึง 29 ธ.ค. 66




31 สิงหาคม 2566

การนับปีของ RMF นับยังไง??

หลายคนสงสัย เรื่องเงื่อนไขการถือครอง RMF ที่ว่า ต้องถือครองจนถึงอายุ 55 ปี และต้องลงทุนอย่างน้อยมา 5 ปี โดยนับแบบวันชนวัน ถึงจะขายได้แบบไม่ผิดเงื่อนไข การนับปีที่ว่านี้นับยังไง นับแต่ละครั้งที่ซื้อเลยรึเปล่า ใครสงสัยมาอ่านกัน...

การลงทุนใน RMF นั้นเป็นการเก็บเงินเพื่อการเกษียณ และได้ลดหย่อนภาษีเป็นของแถม แต่มีเงื่อนไขที่เราต้องปฏิบัติตามเพื่อจะได้ไม่มีความยุ่งยากตามมา

มาทวนเงื่อนไขของ RMF กันเล็กน้อยนะ

1. ลดหย่อนภาษี
ซึ่งตั้งแต่ปี 2563 มีการปรับเพิ่มให้สามารถซื้อ RMF ได้ไม่เกิน 30% ของรายได้ และเมื่อรวมกับกลุ่มการออมเพื่อการเกษียณทั้งหมด ได้แก่ ประกันบำนาญ/PVD/กบข./กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน/ กอช. และยังต้องรวมกับ SSF (super saving fund) ด้วยแล้วไม่เกิน 500,000 บ.

2. ความยืดหยุ่นของการลงทุน
ซื้อทุกปี เว้นได้ไม่เกิน 1 ปีติดต่อกัน โดยเมื่อก่อนมีกำหนดซื้อขั้นต่ำอย่างน้อย 3% ของรายได้ หรือ 5,000 บ. แล้วแต่จำนวนไหนต่ำกว่า แต่ตั้งแต่ปี 2563 ไป ไม่มีกำหนดการซื้อขั้นต่ำ เพียงแต่ยังต้องลงทุนทุกปี จะลงในกอง RMF เดิมที่เราเคยซื้ออยู่แล้ว หรือกอง RMF กองอื่น ของ บลจ. อื่นก็ได้ แค่ต้องลงทุนในกิงประเภท RMF ทุกปี

3. ระยะเวลาการถือครอง ประเด็นนี้ที่หลายคนสงสัย และวันนี้จะมาเล่ารายละเอียดของประเด็นนี้ให้อ่านกัน และประเด็นนี้ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนจากเดิม
 
และตั้งแตปี 2563 ที่เปลี่ยนเกณฑ์บางอย่างของการลดหย่อนภาษีด้วย RMF แต่การนับปีก็ยังคงต่อเนื่องไปเหมือนเดิม ถ้าเรายังทำถูกเงื่อนไข

เงื่อนไขการถถถือครอง ต้องถือไม่น้อยกว่า 5 ปี (นับแบบวันชนวัน) โดยจะนับเฉพาะปีที่ลงทุนเท่านั้น และอายุครบ 55 ปีบริบูรณ์ ถึงจะขายคืนได้แบบไม่ผิดเงื่อนไข และขายคืนได้ทั้งหมดที่ซื้อมา
.
.
.
มาดูกันว่าการนับระยะเวลาการถือครองที่บอกว่า นับแบบวันชนวัน ปีชนปีนี้คือยังไงกัน นับแต่ละก้อนเลยรึเปล่า

เงื่อนไขที่จะขายคืนได้ จะต้องมีอายุตั้งแต่ 55 ปี และถือครองมาไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยเป็นการนับแบบวันชนวัน ปีชนปี

เช่น มานีจะมีอายุครบ 55 ปี วันที่ 1 สิงหาคม 62

โดยมานีเริ่มลงทุน RMF ครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 57

และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี ในปี 2558, 2559, 2560, 2561, 2562

\มานีจะขายคืนหน่วยลงทุนทั้งหมดของ RMF ทุกกองที่ซื้อมาตั้งแต่ 2557-2562 ได้ตั้งแต่ 2 ธันวาคม 62 เป็นต้นไป

เพราะถือครบ 5 ปี โดยนับจากวันที่เริ่มซื้อหน่วยลงทุนวันแรก (1 ธันวาคม 57) เป็นหลัก และ อายุตั้งแต่ 55 ปี โดยกฏหมายจะถือ RMF ชุดนี้ทั้งหมดตั้งแต่ 2557-2562 ถือต่อเนื่องมาครบ 5 ปีแล้ว
.
.
โดยการนับจะถือการลงทุนครั้งแรกเป็นสำคัญ เพื่อใช้สำหรับการครบเงื่อนไขเพื่อการขายคืนนะ
.
.
ถ้าอายุ 55 ไปแล้วแต่ยังทำงานมีรายได้อยู่ จะลงทุน RMF ต่อได้ไหม??
เช่น มานีครบอายุ 55 ปี เมื่อ 1 ส.ค. 62 แต่ยังทำงานต่อ กะว่าจะเกษียณตอนอายุ 60 ปี มานีก็สามารถลงทุนต่อใน RMF เพื่อนำมาลดหย่อนภาษีต่อได้
.
.
แบบนี้มานีเมื่อครบ 55 ปี และถือครบ 5 ปี ที่เข้าเงื่อนไขตั้งแต่ 2 ธ.ค. 62 มานีอยากจะขายคืนตอนไหนก็ได้ใช่ไหม??

ใช่และมานีจะเลือกขายทั้งหมด หรือขายบางส่วนก็ได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มานีขาย RMF การนับปีจะสิ้นสุดลง และถ้ามานีจะลงทุน RMF ต่อเพื่อมาลดหย่อน การนับปีที่ว่า ต้องถือไป 5 ปี จะถูกเริ่มนับไหม่นะ
.
.
จากตัวอย่างมานีที่เล่าตอนต้นว่า มานีจะมีอายุครบ 55 ปี วันที่ 1 สิงหาคม 62

โดยมานีเริ่มลงทุน RMF ครั้งแรก เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม 57

และลงทุนต่อเนื่องมาทุกปี ในปี 2558, 2559, 2560, 2561, 2562

มานีขายคืนหน่วยลงทุนของ RMF บางส่วนที่ซื้อมาของปี 2557-2559 เมื่อวันที่ 3 มกราคม 63 ซึ่งสามารถทำได้เพราะมานีมีอายุครบ 55 ปี และถือครองมาไม่น้อยกว่า 5 ปี

พอปี 2563 มานีมีรายได้อยู่ และอยากลดหย่อนภาษีด้วย RMF และเริ่มซื้อ RMF เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2563 การนับปีของ RMF ตรงนี้จะถูกเริ่มนับใหม่ โดยเริ่มนับวันที่ 1 สิงหาคม 2563 นะ เพราะเมื่อไหร่ที่มีการขาย RMF ไม่ว่าจะบางส่วนหรือทั้งหมด การนับปีของเดิมจะสิ้นสุดลง และถ้ามานีจะลงทุน RMF ต่อเพื่อมาลดหย่อนภาษี ก็ต้องนับ 1 ใหม่ และการนับ 5 ปีจะนับจากวันที่ซื้อ RMF ใหม่นี้นะ

ดังนั้นถ้ายังต้องใช้สิทธิลดหย่อนภาษีของ RMF ก็อย่าเพิ่งขายคืน RMF ค่อยเก็บไว้ขายตอนที่คิดว่าจะไม่ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีจาก RMF แล้วน่าจะดีกว่านะ

การลงทุนใน RMF ควรมองเป็นการเก็บเงินเพื่อการเกษียณเริ่มตั้งแต่เริ่มต้นทำงานมีราได้ที่ต้องสียภาษีนะ ไม่ใช่เรื่องของคนวัยใกล้เกษียณเท่านั้นนะ
.
.
การวางแผนเกษียณ และได้ประหยัดภาษีกับกอง RMF ก็น่าสนใจนะ



ที่มา Link