22 กันยายน 2552

ใครบงการเราอยู่ โดย หนูดี-วนิษา เรซ

ใครบงการเราอยู่ โดย หนูดี-วนิษา เรซ

หนูดี วนิสา เรซ สุขภาพ อาหารเสริม รายได้พิเศษ
อยากอารมณ์ดีกว่านี้ไหม ไม่อยากเครียด ไม่สับสน ไม่วุ่นวาย ไม่มองโลกในแง่ร้าย หรืออยากทำอะไรด้วยความสบายใจมากกว่านี้ไหม แม้สักนิดก็ยังดี

ทุกสิ่งทุกอย่างที่เราทำในชีวิต ทุกความคิด ทุกการตัดสินใจ ทุกการกระทำ เราทำไปโดยที่มีสมองเป็นผู้สั่งการทั้งสิ้น แต่หลายครั้งเราคิดว่าเราเป็นคนสั่งการให้สมองทำอะไรต่างๆ เราแน่ใจหรือคะว่าเราเป็น “ คนสั่ง ” แต่เพียงผู้เดียว เราไม่ได้เป็นผู้รับคำสั่งจากสมอง และเป็นฝ่ายถูกบงการโดยสมองของเราเองอยู่ด้วย

เคยอยากอารมณ์ดี กว่านี้ไหมคะ เคยอยากไม่เครียด ไม่สับสน ไม่วุ่นวาย ไม่มองโลกในแง่ร้าย หรือ อยากทำอะไรด้วยความสบายใจมากกว่านี้ไหมคะ แม้สักนิดก็ยังดี

ถ้าเลือกได้ ใครก็อยากอารมณ์ดี ตลอดเวลา เป็นคนน่ารัก น่าอยู่ใกล้ ใครก็อยากทำงานด้วย แต่บ่อยไปที่เราทำไม่ได้ แล้วเราก็มีข้อแก้ตัวว่า เพราะงานมันเครียดนี่นา งานยุ่ง คนนั้นทำตัวแบบนี้ คนนี้พูดกับเราแบบนั้น แล้วจะอารมณ์ดีได้อย่างไร จะไม่โมโหได้อย่างไร

ถ้าเราเป็นฝ่ายสั่งการสมองของเราจริง เราต้องสั่งการได้หมด ตลอดเวลาว่าให้ตัวเองรู้สึกอย่างไร ทำตัวอย่างไร มีความคิดแบบไหน อารมณ์ดีแค่ไหนได้ทุกเมื่อ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แทบจะเป็นตรงกันข้ามค่ะ เพราะแม้เราควบคุมสมองได้ แต่เราก็โดนสมองบงการให้ทำสิ่งต่างๆ เสมอโดยที่เราไม่รู้ตัว

ยิ่งได้รู้จักสมอง หนูดีก็ยิ่งได้รับรู้ว่า มนุษย์อย่างพวกเราแม้ถูกสอนว่า “ให้ฝันให้ไกลและไปให้ถึง” หรือ “ทุกอย่างเป็นไปได้ภายใต้ท้องฟ้านี้...หรือแม้กระทั่งบนฟ้าหรือในอวกาศก็ ตาม”

แต่ จริงแล้วพวกเรามีข้อจำกัดเยอะมาก ทั้งข้อจำกัดทางร่างกาย เช่น เราวิ่งได้ไม่เร็วเท่าเสือดาว เราดำน้ำได้ไม่ลึกเท่าฉลาม เราบินไม่ได้เหมือนนก และข้อจำกัดทางสมอง เช่น เราจำข้อมูลต่อเนื่องเป็นชั่วโมงไม่ได้ทั้งหมดถ้าไม่ได้ใช้การบันทึกช่วยด้วย หรือ เราต้องนอนหลับเป็นประจำสมองจึงจะทำงานได้ตามปกติ รวมถึงการบริหารความเครียด ซึ่งเราต้องทำเป็นประจำไม่เช่นนั้นระบบการคิดโดยรวมมีสิทธิล่มได้ง่ายๆ

แม้เรามีข้อจำกัดเยอะ แต่สิ่งนี้ไม่ใช่สิ่งลบเสมอไป ทั้งหมดเป็นเพียงเงื่อนไขธรรมชาติที่เป็นหน้าที่ของเราต้องบริหารจัดการ ว่าไปแล้วการที่เรามีข้อจำกัดเยอะอาจยิ่งทำให้เราคิดสร้างสรรค์ได้ดีขึ้นไป ใหญ่

ลองสังเกตดูสิคะว่าเวลาเรารู้สึกสบาย ชีวิตไม่ต้องดิ้นรนอะไรบางครั้งเราก็ไม่คิดค้นอะไรใหม่ๆ แต่ถ้ามองไปที่ประเทศทุรกันดาร ประเทศที่อยู่ในภาวะสงคราม หรือ ประเทศที่ประชากรต้องแย่งกันกินแย่งกันใช้ทรัพยากร จะเห็นว่าพวกเขามีความคิดสร้างสรรค์ในการใช้สิ่งของอันจำกัดที่มีอยู่ให้ เกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆ

สมองของเราก็เช่นนั้นนะคะ เพราะมีข้อจำกัดเราเลยต้องคิดวิธีการใช้สมองภาย ใต้ข้อจำกัดให้ได้ดีที่สุด เช่น คิดค้นเครื่องมือจดบันทึก เครื่องมือคำนวณ เครื่องมือสื่อสารดีๆ หรือแม้กระทั่งเครื่องบินที่ลดข้อจำกัดทางกายของเราลง

ว่าไปแล้วสมองก้อนนี้ของเราเป็นอวัยวะรุ่นโบราณทีเดียวซึ่งพัฒนาต่อเนื่องมาเป็นหมื่นๆ ปี ในเมื่อสมองก้อนนี้ถูกวิวัฒนาการมาเพื่อให้เรามีชีวิตรอดอยู่ได้ให้นานที่สุด เพราะฉะนั้น บางครั้งสมองสั่ง การอะไรแปลกๆ ก็อย่าได้ตกใจไป เช่น ถ้าใครเคยบ่นว่า “อ้วนจังเลย ยิ่งกินยิ่งอ้วน” ....แต่พูดแบบนี้บ่อยแค่ไหน พอเห็นอาหารอร่อยก็อดไม่ได้สักที นี่เป็นเรื่องปกติของสมองค่ะ

เพราะว่า การกินเป็นทางรอดชีวิตหลักของเรา หากเราไม่มีอาหารกินเมื่อไร ความตายก็มาถึงเมื่อนั้น ดังนั้น สมองของเรามีคำสั่งติดมาแทบจะในดีเอ็นเอเลยทีเดียวให้เรา “กินทุกครั้งที่เห็นอาหาร” ไม่ว่าเราจะอยากหรือไม่ก็ตาม เพราะว่าสมองก้อนนี้ไม่รับรู้ว่า ปัจจุบัน แค่เรามีเงินก็เดินออกไปซื้ออาหารได้แล้ว

เขาคิดว่าเราต้องออกไปล่าสัตว์มาและทุกครั้งที่ล่าก็เสี่ยงชีวิตเสมอ การกินให้อิ่มที่สุดทุกครั้งจึงเป็นสิ่งที่สมองบงการให้เราทำ และถ้าเราไม่รู้ตัว เราก็จะตกเป็นทาสสมองของตัวเอง และทำในสิ่งที่เราไม่ได้อยากทำอย่างแท้จริง

แม้กระทั่งเรื่องการคิดลบ คิดในแง่ร้าย ซึ่งหนูดีตั้งชื่อเล่นๆ ว่า “สมองฝ่ายอธรรม” ก็เป็นหนึ่งในกระบวนการคิดที่สมองของ เราทำไปเองโดยธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะเขาต้องการทรมานเรา แต่การมองในแง่ลบก็เป็นกลไกการป้องกันตัวตามธรรมชาติของสิ่งมีชีวิตบนโลก เท่านั้นเอง

การคิดบวกอย่างเดียวทำให้เรามองโลกในแง่เดียว บางครั้งการมองโลกใน “แง่ดี” เกินไปก็มีต้นทุนสูงจนเราไม่อาจจ่ายไหว เช่น โดนหลอกลวงหรือโดนโกง และการคิดลบก็ไม่ใช่คิดลบเสมอไป เราอาจตั้งชื่อใหม่ก็ได้ว่า การคิดให้รอบทุกด้าน จะได้ไม่พลาดโดยไม่ตั้งใจ

การรู้ทันสมองว่า เขาบงการให้เราคิดอะไรและคิดอย่างไร จึงเป็นหนทางสู่อิสรภาพของเรา เพราะถ้าเราไม่รู้แม้กระทั่งว่า เราถูกใครบงการอยู่ เราก็คงไม่สามารถคิดอย่างเป็นอิสระและเป็นตัวของตัวเองได้ และไม่สามารถใช้สมองก้อนนี้ให้คุ้มค่าได้อย่างแท้จริง

วันนี้ หนูดีเลยอยากขอเชิญชวนให้ทุกคนลองมองกลับไปที่สมองของเราก้อนนี้ ที่เราดูแลเขาและเขาก็ดูแลเรามาตลอดทั้งชีวิตที่ผ่านมา แล้วลองถามตัวเองเล่นๆ ว่า...ใครบงการใครกันแน่คะ

from http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/life-style/health/20090921/77589/%E0%B9%83%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%87%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%AD%E0%B8%A2%E0%B8%B9%E0%B9%88.html


ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

บทความยอดนิยม (ล่าสุด)

บทความยอดนิยม (1 ปีย้อนหลัง)