01 พฤษภาคม 2567

ไม่ได้เป็นข้าราชการ ก็มีบำนาญได้



บำนาญเป็นสวัสดิการของข้าราชการที่หลายๆ คนอิจฉาและอยากจะได้ เพราะ
  • เป็นรายได้เข้ามาทุกเดือนตั้งแต่ 60 ปี ไปตลอดชีวิต โดยไม่ต้องทำงาน
  • หลัง 60 ปี ไม่ต้องเหนื่อยทำงาน ข้าราชการหลายคนจะจับกลุ่มกับแก๊งเพื่อนๆ ท่องเที่ยวทั่วไทย ทั่วโลกกัน ใครบำนาญเยอะ ก็เที่ยวบ่อยหน่อย ใครบำนาญน้อย ก็เที่ยวไม่บ่อย


กลับกัน พนักงานเอกชน มนุษย์เงินเดือน พนักงานออฟฟิศ พ่อค้า แม่ค้า มีวิถีชีวิตอีกแบบ
  • อายุเกิน 60 ก็ต้องทำงาน เพราะไม่มีเงิน ไม่มีบำนาญ


ดังนั้นคนที่เป็นพนักงานเอกชน มนุษย์เงินเดือน พนักงานออฟฟิศ พ่อค้า แม่ค้า สามารถสร้างบำนาญของตัวเองได้เช่นกัน แต่อาจจะต้องมีวินัย และสม่ำเสมอ ซึ่งวิธีสร้างบำนาญ ก็มีหลายวิธีเช่น
  • ซื้อหุ้นปันผล หลายๆ ตัวเพื่อกระจายความเสี่ยง และสะสมไปเรื่อยๆ ไม่ต้องขายหุ้น กินแต่ปันผล
  • ซื้อกองทุนรวมที่จ่ายปันผล สะสมไปเรื่อยๆ ไม่ต้องขาย กินปันผลเรื่อยๆ
  • ซื้อประกันแบบบำนาญ ได้ทั้งลดหย่อนภาษีและได้รับเงินบำนาญ
  • ซื้อประกันสะสมทรัพย์ที่จ่ายเงินปันผลให้ทุกปี ได้ทั้งลดหย่อนภาษีและได้รับเงินปันผล
  • ซื้อหุ้นกู้ บริษัทที่เครดิตน่าเชื่อถือ กินดอกเบี้ย
  • ฝากประจำ หรือฝาก e-saving กินดอกเบี้ย
  • ลงทุนอสังหาริมทรัพย์ให้เช่า กินค่าเช่า



15 เมษายน 2567

05 เมษายน 2567

Profiling golang gin with pprof



Profiling golang gin with pprof

1. Install pprof lib for gin

go get github.com/gin-contrib/pprof


2. Register debug pprof routes

import "github.com/gin-contrib/pprof"
// ... 
r := gin.New() 
pprof.Register(r, &pprof.Options{RoutePrefix: "debug/pprof"}) 
// ...


3. Under debug mode, gin will print debug pprof routes like this



4. Load test to your server, you can use any tool like Apache Bench (ab)

5. Generate profiling report using go tool
go tool pprof -http=localhost:8081 'http://localhost:8080/debug/pprof/profile?seconds=60' 

Note
  • seconds is the time you need to collect samples (default is 30 seconds)
  • http://localhost:8080 is your web server url
  • localhost:8081 is the web report to view virtualization report

6. After 60 seconds, you will be re-direct to localhost:8081 and get virtualization report, and the profile result file will be saved to path /home/{user}/pprof/pprof.xxx.pb.gz


7. You can view the virtualization report from your gz file also by using command
go tool pprof -http=localhost:8081 /home/{user}/pprof/pprof.xxx.pb.gz



References 

01 เมษายน 2567

งานวิจัยชัดเจน อายุ 80 ขึ้น ทำอย่างไรให้มีสมองเหมือน คนอายุ 50 ปี ไม่เกี่ยวกับมีเงินล้นฟ้า

งานวิจัยชัดเจน สูงวัย อายุ 80 ขึ้น ทำอย่างไรให้มีสมองเหมือน คนอายุ 50 ปี ไม่เกี่ยวกับมีเงินล้นฟ้า

วันที่ 18 ธันวาคม น.พ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านสมอง หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์เฟซบุ๊ก เรื่องของงานวิจัย สถาบันทาง ประสาทวิทยาศาสตร์ หลักของประเทศสเปนที่มีการทำงานร่วมกันกับสถาบันของเยอรมนีและฟินแลนด์ และตีพิมพ์ใน วารสาร Lancet Healthy Longev เดือน กรกฎาคม 2023 เรื่องสมองของผู้สูงวัย ซึ่งน่าสนใจว่า วิธีปฏิบัติ หรือกิจวัตรประจำวัฒน์ มีผลต่อสมองของคนเรามาก โดย มีเนื้อหาต่อไปนี้

อายุ 80 ขึ้น กลับมีสมองเหมือน 50 ทำอย่างไร?

ใครว่าอายุมากสมองต้องไม่ดี

คนทั่วๆไปนั้น มักยอมรับกันว่าเมื่อสูงวัยขึ้นพอเริ่มมีความจำหดหายลงหรือจำได้บ้างไม่ได้บ้าง และเมื่อลืมไปแล้วบางครั้งถึงคิดออก

โดยสรุปว่าเป็นเรื่องปกติที่ทุกคนต้องมีและสมองเสื่อม เป็นตามวัย

แต่ในความเป็นจริงนั้น สิ่งที่ดูเหมือนว่าหรือคิดไปว่าเป็นเรื่องธรรมดา แท้จริงแล้ว เป็นความไม่ปกติ หรือเป็นโรคซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ

โดยเฉพาะที่เป็นโรคความเสื่อมของสมองเช่น อัลไซเมอร์ หรือเกิดขึ้นจากเส้นเลือดมีการอุดตันทั่วไปหรือที่อยู่ก็จุกระจายอยู่ในตำแหน่งสำคัญ หรือมีหลายสาเหตุร่วมกัน

แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นที่สังเกตว่าคนสูงวัยโดยมีอายุตั้งแต่ 80 ขึ้นไปกลับมีความจำสดใสเฉกเช่นคนที่มีอายุน้อยกว่า 30 ปีด้วยซ้ำ และขนานนามกันว่าเป็น “superagers” หรือ สว สมองใส หรือ สูงวัยแต่สมองยังซุปเปอร์

เหล่านี้เป็นที่มาของการศึกษาระดับใหญ่โต ของสถาบันทาง ประสาทวิทยาศาสตร์ หลักของประเทศสเปนที่มีการทำงานร่วมกันกับสถาบันของเยอรมนีและฟินแลนด์ และตีพิมพ์ใน วารสาร Lancet Healthy Longev เดือน กรกฎาคม 2023

ทั้งนี้โดยมีการเลือก สว สมองใสหรือสมองซุปเปอร์ จากประชากรที่อยู่ในโครงการ Vellecas และ มีการติดตามระยะยาว โดยระดมอาสาสมัคร เริ่มต้น ระหว่าง วันที่ 10 ตุลาคม 2011 และ 14 มกราคม 2014 อายุ 79.5 ปีหรือสูงกว่า

โดยการประเมินสภาพความจำ (delayed verbal episodic memory score) และใช้ Free and Cued Selective Reminding Test and with three non-memory tests (the 15-item version of the Boston Naming Test, the Digit Symbol Substitution Test, and the Animal Fluency Test)

ทั้งนี้ สว สมองใส จะต้องมีผลการตรวจที่จำเพาะประเภท อยู่ที่ระดับของคนอายุ 50 ถึง 56 ปี หรือ ได้คะแนนสูงกว่า และต้องได้คะแนนที่ อยู่ที่ระดับเดียวกันหรือสูงกว่าสำหรับคนที่อายุเท่ากันและมีระดับการศึกษาระดับเดียวกัน

การติดตาม อยู่ในช่วงระยะเวลาห้าถึงหกปีตั้งแต่เริ่มเข้าการศึกษา

เมื่อสิ้นสุดการศึกษาแล้วนั้นพบว่ามี สว สมองใส 64 คน อายุเฉลี่ย 81.9 ปีเป็นผู้หญิง 59% และผู้ชาย 41% และมี สว สมองปกติ ไม่ใส 55 คน อายุเฉลี่ย 82.4 ปีโดยที่ 64% เป็นผู้หญิงและ 36% เป็นผู้ชาย
สว สมองใส

จากการ ประเมินตัวชี้วัด 89 ตัว ที่เกี่ยวข้องกับ ข้อมูลประจำตัวทั่วไป พฤติกรรมการดำเนินชีวิต ไลฟสไตล์ และ ลักษณะของแต่ละคน พบว่า

1-มีการเคลื่อนไหวร่างกายตลอดเวลาสม่ำเสมอ (ไม่ได้หมายความว่าต้องออกกำลังกายเป็นบ้าเป็นหลัง) ทำกิจกรรมกาย ทำสวน รดน้ำต้นไม้ เดิน ไปนู่นนี่

2- มีสุขภาพจิตดีเยี่ยมไม่หมกมุ่นอยู่กับความกังวล หดหู่ ซึมเศร้า แม้จะอยู่คนเดียว เพราะคู่ชีวิตเสียไปแล้วหรือหย่า มิสนใจใครว่าร้าย (เพราะคนคิดไม่ดี ขึ้งเครียด สมองจะเสื่อมเอง อันนี้ หมอว่าเอง)

3- มีการเล่นเครื่องดนตรีไม่ว่าจะเป็นสมัครเล่นหรืออาชีพก็ตาม ตั้งแต่วัยกลางคน เรื่อยมาตลอด (เล่นเก่งมั้ยเก่ง ไม่ได้ระบุ ขอให้มีความสุข หมอว่าเอง)

ทั้งนี้ ไม่ขึ้นอยู่กับเศรษฐฐานะ ระดับความสูงส่งทางการศึกษา แม้กระทั่งโรคประจำกาย

นอกจากนั้น สว ใส เหล่านี้ ยังพบจากการตรวจ คอมพิวเตอร์สมองอย่างละเอียด โดยที่มีการฝ่อเหี่ยว เปลือกผิวสมองในตำแหน่งต่างๆ ช้ากว่า สว ปกติ และยังฝ่อช้าในส่วนของสมองกลีบขมับด้านในที่เกี่ยวข้องกับความจำ และใจกลางสมอง ที่เกี่ยวข้องกับความกระฉับกระเฉงการเคลื่อนไหวไม่ทอดหุ่ย เนือยนิ่ง

และทั้งหลายทั้งปวงเหล่านี้น่าจะใช้เป็นกลยุทธ์ ถ้ากระฉับกระเฉง มีกิจกรรมกาย ไม่ทอดหุ่ย ในชีวิตประจำวัน เดิน มีสุขภาพจิตดี ไม่กังวลหดหู่ อารมณ์ชื่นมื่น ดนตรี ฟังเพลง จนถึงถ้าหัดเล่นเครื่องดนตรี หรือเล่นเป็นอยู่แล้ว ตั้งแต่วัยกลางคน ทำให้ความจำดีขึ้นเหมือนอายุสมองอ่อนลงไปอีก 30 ปี

อีกกลยุทธ์ ในวารสาร frontiers Neuroscience กรกฎาคม 2023 คนอายุ 60 ถึง 85 สุขภาพร่างกายปกติและมีการประเมินความจำ โดยให้ได้กลิ่นเครื่องหอมระเหย (odorant diffuser) คืนละ 2 ชั่วโมง ได้แก่ เช่น กลิ่น กุหลาบ ส้ม ยูคาลิปตัส มะนาว เป๊ปเปอร์มิ้นท์ โรสแมรี่ ลาเวนเดอร์

ผ่านไปหกเดือนตรวจสอบพบว่า ความจำดีขึ้น 226% และยืนยันจากการประเมิน ประสิทธิภาพของเส้นใยประสาท พบว่ามีการเชื่อมโยงระหว่างสมองส่วนหน้า orbitofronatal cortex เข้ากับสมองส่วนความจำ temporal lobe โดยผ่านทาง uncinate fassciculus

แต่ทั้งนี้ต้องไม่ลืมว่าประเภทของอาหาร ผัก ผลไม้กากไย ถั่ว ธัญพืช งด ลดเนื้อสัตว์ ทานปลาได้ ลดแป้ง ร่างกายและสมองจะยิ่งสดใสขึ้นไปอีก โดยที่ลักษณะของอาหารเป็นอาหารช่วยชีวิตและสมอง ซึ่งถ้าร่างกายดีจะส่งผลทำให้มีการปกป้องสมองด้วย

ทั้งนี้เนื่องจากจะไม่มีการสร้างสารอักเสบขึ้นจากลำไส้โดยที่ถ้ามีจุลินทรีย์ไม่ดี จากการที่กิน “อาหารทำลายชีวิต” ไม่ใช่ อาหารช่วยชีวิต กินเนื้อสัตว์บก แป้ง ของหวาน จะเกิดการผลิตสารอักเสบจาก จุลินทรีย์ไม่ดี ทำให้ผนังเยื่อบุลำไส้รั่ว การอักเสบหลั่งไหลไปทั่วร่างกาย เกิดความผิดปกติของเส้นเลือดในร่างกายและเส้นเลือดในสมอง ซึ่งจะเร่งกระตุ้นทำให้เกิดการอักเสบ “รอบสอง”ในสมองและกระตุ้นการสร้างโปรตีนพิษบิดเกลียวในสมอง โดยไม่สามารถคลี่เกลียวหรือขับทิ้งไปได้อย่างหมดจด

และทำให้เซลล์สมองเกิดความผิดปกติตามลำดับขั้นตอน ทางเมตาบอลิซึม จน เกินระดับที่จะทนทานได้ ทำให้เริ่มมีความแปรปรวนของการทำงานหน้าที่ของสมองและต่อไปมีผลกระทบในโครงสร้างของเซลล์สมองจนกระทั่งมีความเสียหายถาวร (Micro และ macrocellular damage)

อาจเป็นไปได้ว่ากลยุทธ์ในการดำเนินชีวิต ไลฟสไตล์ ดังข้างต้น จะสามารถช่วยป้องกันพยาธิสภาพหรือความเสียหายที่เกิดขึ้นในสมองได้จริง เพราะการฝ่อเหี่ยวนั้นช้าลงอย่างชัดเจน แต่ก็เป็นไปได้ ที่จะมีการเพิ่มประสิทธิภาพ ในการสื่อสารส่งต่อข้อมูลกันในระหว่างเซลล์สมองในบริเวณเดียวกันและบริเวณต่างๆทั้งสมองโดยผ่านเส้นใยประสาท

ดังที่แม้ ได้กลิ่นหอมระเหย เวลานอนทำให้มีความสุข ก็ยังช่วยได้ แม้ว่าเราจะตัดประเด็นของการที่มียีนพิเศษของมนุษย์อยู่ด้วยก็ตามแต่ข้อมูลทั้งหลายจนกระทั่งถึงปัจจุบันนี้ยังคงยืนยันว่าแม้เกิดมาชะตาชีวิตไม่ดี แต่เราก็ยังสามารถเอาชนะได้

และนี่คือความสำคัญ

ของการปฎิบัติตัว ที่แม้จะมีสมองเสียหายแล้วแต่ภายนอกก็ยังดูดีอยู่ได้ (resilience) จนกระทั่งถึงการชะลอไม่ให้สมองเสียหายเร็วและปรับกระบวนทัศน์ของการใช้พลังงานให้เป็นในรูปแบบของ autophagy คือใช้พลังงานอย่างประหยัดเมื่อขยะและรีไซเคิลนั่นเอง

สุขภาพดีสมองใสขึ้นอยู่กับตนเองต้องลงทุนอย่าคิดว่าจะมีทางลัด

มีเงินทองล้นฟ้าก็ช่วยไม่ได้นะครับ



ที่มา link

28 มีนาคม 2567

[update ปี 2567] กองทุนรวมทั่วโลกที่จ่ายปันผลทุกปี (ย้อนหลัง 5 ปีล่าสุด) เหมาะกับคนที่ชอบ Passive Income จากเงินปันผล

 


กองทุน: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ หุ้น LOW VOLATILITY (SCBLEQ)

ประเภท: หุ้นทั่วโลก

ปันผลย้อนหลัง 5 ปี:

  • ปี 2566: 0.4600 บาท
  • ปี 2565: 0.5315 บาท
  • ปี 2564: 0.6522 บาท
  • ปี 2563: 0.2280 บาท
  • ปี 2562: 0.4223 บาท


กองทุน: กองทุนเปิดไทยพาณิชย์โกลบอล อิควิตี้ (ชนิดจ่ายเงินปันผล) (SCBGEQ)

ประเภท: หุ้นทั่วโลก

ปันผลย้อนหลัง 5 ปี:

  • ปี 2566: 0.7000 บาท
  • ปี 2565: 0.6900 บาท
  • ปี 2564: 0.6873 บาท
  • ปี 2563: 0.7838 บาท
  • ปี 2562: 0.3379 บาท


*มีแค่ 2 กองทุน ในหมวดหมู่หุ้นทั่วโลก ที่จ่ายปันผลทุกปี (ย้อนหลัง 5 ปีล่าสุด) 

ข้อมูลจาก https://www.finnomena.com


01 มีนาคม 2567

กอช. เงินออมเพื่อการเกษียณก้อนแรกที่คนไทยควรมี

 ทราบไหมว่าคนไทยทุกคนมีสิทธิ์รับเงินสมทบจากรัฐเพื่อออมเงินไว้ใช้ยามเกษียณได้ตั้งแต่อายุ 15 ปี ผ่านกองทุนการออม

แห่งชาติ (กอช.) โดย กอช.จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ พ.ศ.2554 ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เป็นกองทุนการออมภาคสมัครใจ ที่รัฐจัดให้กับแรงงานนอกระบบที่ไม่มีสวัสดิการอื่นรองรับ ได้มีบำเหน็จบำนาญในยามเกษียณเหมือนแรงงานในระบบจากเงินออมสะสม และเงินที่รัฐสมทบเพิ่มตามช่วงอายุของสมาชิก


เป้าหมายสำคัญของ กอช. คือ การลดความเลื่อมล้ำในสังคม ให้ประชาชนเตรียมความพร้อมสู่วัยเกษียณอย่างมีคุณภาพ มีรายได้และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดี และช่วยแบ่งเบาภาระงบประมาณของภาครัฐในการดูแลผู้สูงอายุ จากแผนภูมิที่ 1 พบว่าภาพพีระมิดประชากรของประเทศไทย เห็นได้ชัดว่าโครงสร้างประชากรผู้สูงอายุมีมากขึ้นและวัยแรงงานปัจจุบันกำลังจะกลายเป็นผู้สูงอายุในอนาคต ดังนั้นการส่งเสริมการออมให้กับแรงงานนอกระบบเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับวัยเกษียณจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก

 ขณะนี้ประเทศไทยก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแล้ว หมายความว่าไทยจะเป็นสังคมที่มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งหมด มีการคาดการณ์ว่าใน พ.ศ. 2574  ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่สังคมสูงอายุระดับสุดยอด คือ มีผู้สูงอายุมากกว่าร้อยละ 28 ของประชากรทั้งหมด (มีคนเกิดน้อยลง อายุขัยเฉลี่ยของคนไทยสูงขึ้น)  ถ้ามีคนแก่ที่ต้องพึ่งพาลูกหลานจำนวนมากขึ้น แต่มีจำนวนลูกหลานให้พึ่งพาน้อยลง ลูกที่เคยมีกำลังเลี้ยงพ่อแม่ก็จะกลายเป็นปู่ย่าตายายให้คนรุ่นถัดไปที่มีจำนวนน้อยลงอีกเลี้ยงดู ภาระของคนรุ่นถัด ๆ ไปก็จะหนักมากขึ้น จนอาจเกิดเหตุการณ์ที่ลูกหลานทอดทิ้งได้ ถึงลูกหลานจะกตัญญูก็คงดูแลให้ดีได้ลำบาก การเตรียมตัวด้วยตนเองเพื่อเกษียณจึงมีความสำคัญมาก ผู้ที่เป็นแรงงานในระบบจะมีบำนาญชราภาพของประกันสังคมมาช่วยดูแลยามเกษียณ

 จากแผนภูมิที่ 1 ภาพรวมของแรงงานไทย เห็นได้ชัดว่ามีแรงงานนอกระบบอยู่เกินครึ่ง ซึ่งจะไม่มีบำนาญชราภาพอื่นมารองรับ ลำพังแค่เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุจากรัฐคงจะไม่เพียงพอ คนที่อยู่นอกระบบบำนาญทั้งหลายจำเป็นต้องตระหนักในเรื่องนี้ให้มากและเตรียมตัวให้เร็วขึ้น

ในฐานะที่เป็นผู้ออมใน กอช. คนหนึ่งที่สมัครสมาชิกในปีแรกที่เปิดให้ออมมาต่อเนื่องทุกปี ตั้งแต่ที่ยังกำหนดขั้นสูงสุดของเงินสะสมอยู่ที่ปีละ 13,200 บาทและเงินสมทบสูงสุดที่ 1,200 บาท (ข้อมูลวันที่ 22 สิงหาคม 2566) จะเห็นว่ามีทั้งส่วนของเงินเราเองและเงินสมทบจากรัฐซึ่งไม่น้อยเลยแล้วยังมีดอกผลจากการลงทุนที่เกิดขึ้นอีก


ตั้งแต่ปี 2566 กอช.ขยายเพดานการออมให้สูงสุดถึง 30,000 บาทต่อปี และขยายเงินสมทบให้สูงสุดถึง 1,800 บาทต่อปี เท่ากับว่าถ้าเราออมเต็มเพดาน เราจะมีเงินออมเพิ่มเทียบกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากได้ถึง 6% และกอช. บอกว่าถ้าออมเต็มเพดาน 30,000 บาท ต่อเนื่องทุกปีตั้งแต่อายุ 15 ปีจนถึง 60 ปี จะได้บำนาญสูงสุดถึงเดือนละ 12,XXX บาท (คำนวณประมาณการผลตอบแทน 2.5%ต่อปี)

 

ตัวอย่างที่ 1 ถ้าเราเริ่มออมเงินใน กอช. ตั้งแต่อายุ 15 ปี โดยใส่เงินสะสมใน กอช.ปีละ 3,600 บาทและได้รับเงินสมทบจากรัฐปีละ 1,800 บาท ออมต่อเนื่องจนถึงอายุ 22 ปี แล้วไปทำงานอยู่ในประกันสังคม ระยะเวลาการออมใน กอช.จะเท่ากับ 7 ปี ถ้าทิ้งเงินสะสมและเงินสมทบที่ออมไว้ตั้งแต่อายุ 22 ปีจนถึงเวลาเกษียณที่อายุ 60 ปี จำนวนปีที่คงอยู่ในกอช.ต่อเนื่อง คือ 38 ปี ถ้าอัตราผลตอบแทนของการลงทุนเท่ากับ 2.5% ในปีที่อายุครบ 60 เงินสะสมที่ใส่ไปปีละ 3,600 บาท ทั้งหมด 7 ปี เท่ากับ 25,200 บาท และเงินสมทบอีก 12,600 บาท จะกลายเป็นเงินจำนวน 104,160 บาท จากการที่ได้รับเงินสมทบจากรัฐและดอกผลที่เกิดจากการลงทุนสะสมไว้

 ตัวอย่างที่ 2 ถ้าเปลี่ยนจำนวนเงินสะสมเป็นปีละ 30,000 ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดที่จะใส่ได้ในแต่ละปีตั้งแต่อายุ 15 ปีจนถึง 22 ปี และได้รับเงินสมทบจากรัฐปีละ 1,800 บาท แล้วไปทำงานอยู่ในประกันสังคมแบบเดียวกับตัวอย่างที่ 1 แล้วทิ้งเงินนี้ไว้ใน กอช.จนอายุ 60 ปี ที่อัตราผลตอบแทนของการลงทุนเฉลี่ยเท่ากับ 2.5% ต่อปี จำนวนเงินสุดท้ายจะเป็น 613,385 บาท

 ตัวอย่างที่ แต่ถ้าเรามีอาชีพอิสระ ออมตั้งแต่อายุ 15 ปีจนถึงอายุ 60 ปี ปีละ 30,000 บาทต่อเนื่องทุกปีและรับเงินสมทบจากรัฐปีละ 1,800 บาท ที่อัตราผลตอบแทน 2.5% เมื่อเราอายุครบ 60 ปี เราจะมีเงินใน กอช. ทั้งหมด 2,592,213 บาท จากเงินของเราที่ใส่เข้าไปทั้งหมด 1,350,000 บาท



กอช.นำเงินไปลงทุนอะไร

กอช.นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์หลายประเภท แต่โดยส่วนใหญ่จะลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงค่อนข้างต่ำ จากภาพด้านบน สัดส่วนการลงทุนในหุ้นสามัญ (ตราสารทุน) แค่ประมาณ 10% ที่เหลือเป็นการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารแสดงสิทธิในหนี้ของรัฐหรือรัฐวิสาหกิจ ตั๋วเงินคลังและพันธบัตรของรัฐแทบทั้งหมด

 การออมในกอช.ยังได้รับการค้ำประกันผลตอบแทนจากการลงทุน ไม่ต่ำกว่าดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 12 เดือน เฉลี่ย 7 ธนาคาร ณ. วันที่สมาชิกอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์อีกด้วย

 

เงื่อนไขสมัคร

  1. มีสัญชาติไทย
  2. อายุ 15-60 ปี
  3. ไม่อยู่ในระบบสวัสดิการบำเหน็จบำนาญอื่นของรัฐ เช่น กบข. กองทุนสงเคราะห์ครูเอกชน กองทุนประกันสังคม ม.33, ม.39, ม.40 ทางเลือกที่ 2 และ 3 หรือพนักงานบริษัทที่มีกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
  4. ผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 1

 สิทธิพิเศษอีกอย่างหนึ่งของ กอช.คือ สามารถใช้ลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามจริงสูงสุดถึง 30,000 บาทแต่เมื่อรวมกับประกันบำนาญและกองทุนรวมเพื่อการเกษียณ (RMF) สามารถใช้สิทธิได้ไม่เกิน 500,000 บาท

 ออมใน กอช.เงินไม่หายไปไหน  เป้าหมายในการออมคือ เงินเพื่อใช้หลังเกษียณซึ่งจะได้รับในรูปแบบของบำเหน็จหรือบำนาญตามเงื่อนไขจำนวนเงินที่ออมได้ หากอยากรู้ประมาณการบำนาญก็สามารถคำนวณบำนาญได้จากแอพพลิเคชั่น กอช.และ LINE OFFICIAL กอช. (@nsf.th)

หากมีเหตุให้ไม่มีโอกาสอยู่รับบำนาญ ทั้งเงินสะสมและเงินสมทบจากรัฐรวมทั้งผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งก้อนก็จะจ่ายให้กับทายาทที่ระบุเอาไว้กับ กอช. แล้วถ้าลาออกจากการเป็นสมาชิก กอช. ก่อนอายุ 60 ปี (ซึ่งไม่แนะนำ) ก็จะได้รับเฉพาะเงินสะสมและผลตอบแทนจากการลงทุนในส่วนของตัวเองกลับคืนมา แต่จะไม่ได้ส่วนเงินสมทบและผลตอบแทนจากการลงทุนในส่วนของรัฐมาด้วย

เช็คสิทธิ์และสมัครทำได้ง่ายมาก แค่บัตรประชาชนใบเดียว ทำได้จากโทรศัพท์มือถือที่เป็นสมาร์ทโฟน ดาวน์โหลดแอพพลิเคชั่น กอช.แล้วเข้าแอพไปที่ตรวจสอบสิทธิ์ ใส่หมายเลขบัตรประชาชนและเบอร์โทรศัพท์ก็เช็คสิทธิ์การสมัครสมาชิกได้แล้ว หรือสอบถามผ่านไลน์ก็ได้ ที่ LINE OFFICIAL กอช. (@nsf.th) ถ้าไม่ถนัดออนไลน์ก็สามารถไปติดต่อหน่วยบริการสมาชิกใกล้บ้าน ที่ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานคลังจังหวัด ธนาคารธกส. ออมสิน กรุงไทย อาคารสงเคราะห์(ธอส.) อิสลาม 7-11 เคาน์เตอร์เซอร์วิส สถาบันการเงินชุมชนที่เข้าร่วม และเครือข่ายรับสมัครทั่วประเทศ

การออมต่อเนื่องก็ทำได้ง่าย ๆ ในแอพพลิเคชั่น กอช. ผ่านพร้อมเพย์ กรุงไทยเน็กซ์ เป๋าตัง มายโม เคพลัส โลตัสและบุญเติม



ที่มา https://www.settrade.com/th/news-and-articles/articles/384-cfp-the-first-retirement-savings-that-thais-should-have