ตอนที่13 : คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน คนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงาน
คนรวยสนใจมูลค่าทรัพย์สิน
คนจนสนใจแต่รายได้จากการทำงานเครื่องวัดความมั่งคั่งที่แท้จริงคือมูลค่าทรัพย์สิน
ไม่ใช่รายได้จากการทำงาน นี่คือความจริงที่ไม่มีวันเปลี่ยน
มูลค่าทรัพย์สินคือมูลค่ารวมของทุกสิ่งที่คุณครอบครอง
ซึ่งสามารถประเมินได้จากการรวมมูลค่าของทุกอย่างที่คุณเป็นเจ้าของ
มูลค่าทรัพย์สินคือการวัดความมั่งคั่งที่ดีที่สุด
เพราะในกรณีที่จำเป็น
ทรัพย์สินในครอบครองของคุณสามารถนำมาเปลี่ยนเป็นเงินสดได้
รายได้จากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญ
แต่ก็เป็นเพียงหนึ่งในสี่ปัจจัยที่กำหนดมูลค่าทรัพย์สินของคุณ
ปัจจัยทั้งสี่มีดังนี้
1.รายได้
2.เงินเก็บ
3.การลงทุน
4.ชีวิตที่เรียบง่าย
รายได้มีอยู่สองรูปแบบคือ
รายได้จากการทำงาน และรายได้งอกเงย
รายได้จากการทำงานคือเงินที่ได้มาจากการลงแรงทำงาน
ซึ่งรวมถึงเงินค่าจ้างจากการทำงานวันต่อวัน หรือสำหรับผู้ที่มีธุรกิจส่วนตัว
รายได้ส่วนนี้คือกำไรหรือรายได้จากการทำธุรกิจ
รายได้จากการทำงานคือเงินที่คุณต้องเสียเวลาและแรงงานเพื่อให้ได้มา
รายได้จากการทำงานเป็นสิ่งสำคัญเพราะถ้าไม่มีมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดถึงตัวแปรที่เหลือทั้งสามด้าน
แต่แม้ว่ารายได้จากการทำงานจะเป็นสิ่งสำคัญ
แต่มันจะมีคุณค่าก็ต่อเมื่อเป็นส่วนหนึ่งของสมการมูลค่าทรัพย์สินเท่านั้น
รายได้งอกเงย คือ เงินที่คุณได้มาโดยไม่ต้องลงแรงทำงาน
เงินออมก็เป็นปัจจัยสำคัญเช่นกัน คุณอาจหาเงินมาได้ก้อนโต
แต่ถ้าคุณไม่เก็บมันไว้บ้าง คุณก็จะไม่มีวันร่ำรวย
หลายคนมีแผนผังการเงินไว้สำหรับถลุงเงินที่หามาได้แต่เพียงอย่างเดียว
พวกเขาเลือกความพอใจชั่วขณะแทนความสมดุลในระยะยาว นักใช้เงินมีคติพจน์ประจำใจสามข้อ
ข้อแรกคือ "มันก็แค่เงิน" ข้อสองคือ "ใช้ไป เดี๋ยวก็หาใหม่ได้" ข้อสามคือ "โทษที
ตอนนี้ทำอะไรไม่ได้หรอก ฉันถังแตกอยู่"
เมื่อคุณเก็บสะสมเงินจากรายได้ได้จำนวนหนึ่ง
คุณจะสามารถก้าวไปสู่ขั้นตอนต่อไปและทำให้เงินของคุณงอกเงยด้วยการลงทุน
ยิ่งคุณลงทุนได้ทีมากเท่าไหร่
เงินของคุณก็จะงอกเงยและเพิ่มพูนมูลค่าทรัพย์สินได้มากขึ้นเท่านั้น
คนรวยทุ่มเวลาและพลังไปกับการเรียนรู้เรื่องการลงทุน
พวกเขาภูมิใจในความเก่งกาจด้านการลงทุนของตัวเอง
หรืออย่างน้อยก็จ้างนักลงทุนเก่งๆมาลงทุนแทน
ตัวแปรที่เรียกสี่เรียกว่า
"วิถีชีวิตที่เรียบง่าย" มีความสอดคล้องกับการออมเงิน
เมื่อคุณเลือกที่จะดำรงชีวิตในแบบที่ใช้เงินน้อยลง ค่าใช้จ่ายต่างๆก็จะลดลง
คุณก็จะมีเงินออมไว้สำหรับการลงทุนมากขึ้น
คนจนและชนชั้นกลางส่วนใหญ่เล่นเกมการเงินด้วยล้อเพียงล้อเดียว
พวกเขาเชื่อว่าหนทางสู่ความร่ำรวยคือการหาเงินให้ได้มากๆ แต่เพียงอย่างเดียว
พวกเขาเชื่อเช่นนั้นเพราะพวกเขาไม่เคยไปถึงจุดที่มีรายได้สูง
พวกเขาไม่เข้าใจกฎของพาร์คินสันซึ่งระบุว่า "ค่าใช้จ่ายมักเพิ่มเป็นสัดส่วนโดยตรงกับรายได้"
เมื่อรายได้มากขึ้น รายจ่ายก็จะมากขึ้นเป็นเงาตามตัวแทบทุกครั้งไป
นั่นคือสาเหตุที่คุณไม่สามารถร่ำรวยได้จากการมีรายได้เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว
จำไว้ว่าสิ่งที่คุณให้ความสนใจจะเพิ่มขยายผล
เมื่อคุณจับตาดูมูลค่าทรัพย์สิน นั่นหมายความว่าคุณได้ให้ความสนใจกับมัน
และเนื่องจากสิ่งที่คุณให้ความสนใจจะเพิ่มขยายผล
มูลค่าทรัพย์สินของคุณก็จะเพิ่มพูนขึ้นด้วย
from http://www.oknation.net/blog/dy22
ยอดนิยมเดือนนี้
- สูตรหมากฮอส ไม่ว่าจะเป็น การเปิดรูปหมาก การกิน การไล่-หนี หมากกล
- หลักการมีสุขภาพดีแบบง่ายๆ โดย ชาร์ลี มังเกอร์ นักลงทุนหุ้นระดับโลก
- ลงทุน DCA เดือนละ 2,000 - 3,000 บาท ก็มีเงินล้านบาทได้
- วิธีพับดาวกระดาษ สำหรับมือใหม่
- วิธีพับนกกระเรียนกระดาษ สำหรับมือใหม่
- [Update 2026] 11 หุ้นปันผลราชา (Dividend King Stocks) ที่คนไทยคุ้นเลย
- [อัพเดท 2026] หุ้นไทยที่จ่ายเงินปันผลทุกปี ติดต่อกัน 40 ปีขึ้นไป
- 3 Ls (Liquor, ladies and leverage) ภัยร้ายที่ทำให้นักลงทุนล้มละลาย โดย ชาร์ลี มังเกอร์
- หุ้นไทยในชีวิตประจำวัน: การลงทุนที่อยู่รอบตัวเรา
- หนังซีรี่เรื่องวันโลกาวินาศตลาดหุ้น - โดย ดร.นิเวศน์ เหมวชิรวรากร
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น