แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษียณ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เกษียณ แสดงบทความทั้งหมด

05 กุมภาพันธ์ 2567

กว่าจะรู้สึกตัวก็เกษียณเสียแล้ว..

สำนักข่าว Daily Mail อังกฤษ ออกสัมภาษณ์คนอายุเกิน 60 ปีว่า ในช่วงชีวิตที่ผ่านมา รู้สึกเสียใจ เสียดาย อะไรมากที่สุด และหากย้อนเวลากลับได้จะ ทำตัวใหม่ให้ต่างจากเดิม

คำตอบมากที่สุดมี 7 คำตอบ เรียงตามลำดับคำตอบที่มีคน ตอบมากที่สุดดังนี้

1. ถ้าย้อนเวลากลับได้ จะเชื่อฟังพ่อแม่มากกว่านี้ เพราะพ่อแม่รู้จักเราดีและ หวังดีต่อเรา แม้เมื่อเราโตแล้ว สิ่งที่พ่อแม่พูดก็มีค่าควรฟัง

2. จะทำสิ่งที่อยากทำ เพราะเสียดายเวลาและโอกาสมากที่ตอนมีกำลังวังชากลับ ไม่กล้าทำ เพราะกลัวล้มเหลว พออายุ 60 แล้วถึงตระหนักว่า ความล้มเหลวหนักที่สุดของมนุษย์คือการไม่ทำ

3. การเดินทาง คนอายุเกิน 60 ทั้งหมดพูดเหมือนกันว่า ตอนที่ไปไหนได้คล่อง ดันไม่ไป ไม่มีเวลาบ้าง ไม่มีเงินบ้าง แล้วแต่จะอ้างกัน มาวันนี้มีเงิน มีเวลา แต่จะไปไหนๆก็ไม่สะดวก เหมือนก่อน
แล้วยิ่งแก่ยิ่งไปยาก ใครที่ยังไหวจึงควรไปเที่ยวเสีย คนที่ยังหนุ่มสาวก็ควรไป เพราะจะคล่องตัวและทำกิจกรรมต่างๆได้ดีกว่าตอนแก่เยอะเลย

4. จะพูดคำว่ารักให้มากขึ้น ไม่ว่าจะบอกรักคนรัก พ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ป้าน้าอาลุง หลานเหลน โดยเฉพาะลูก และสามี ภรรยา บางทีเรานึกเองว่าเราทำอะไรให้ตั้งเยอะ น่าจะรู้แล้วว่ารัก แต่ที่จริงถ้าเราไม่เอ่ยคำว่ารักก็เหมือนกับหัวใจไม่ยอมเปิด และคนรอบข้างเขาจะขาดความมั่นใจ โดยเฉพาะลูกที่พ่อแม่ไม่เคยบอกว่ารักจะขาดความมั่นใจมาก ๆ

5.จะเป็นตัวของตัวเองมากกว่าที่เคยเป็นตอนหนุ่มสาว และตอนทำงาน บางทีต้องทำเป็นชอบอะไรตามสมัยให้เหมือนคนอื่น บางทีไม่กล้าแปลกแยก พอแก่แล้วถึงเข้าใจได้ว่า คนเราไม่สามารถเหมือนคนอื่น และเหมือนตัวเองได้พร้อมกัน และเมื่อมองย้อนอดีต จะเห็นชัดเจนว่า คนเงินเดือนสูง และประสบความสำเร็จรวมทั้งด้านการค้าการลงทุนนั้นมักจะเป็นคนที่ไม่พยายามทำตัวให้เหมือนคนอื่น (แบบที่วอร์เรน บัฟเฟตต์ พูดประโยคทองว่า จงกลัวในเวลาที่คนอื่นๆทั้งหมดโลภ,จงกล้าในเวลาที่คนทั้งตลาดหวาดกลัว)

6.เปลี่ยนงานหากงานที่ทำมันบั่นทอนจิตใจ มันหนักไป ถูกเอาเปรียบมากไป หรือมีปัญหาอื่น หรือแม้แต่เลิกงานลูกจ้าง มาเป็นนายจ้างตัวเอง หรือลงทุนหาPassive income ไปซะเลย คนวัยเกิน60บอกว่า นึกไม่ออกว่าทำไมไม่หางานใหม่ ไปทนทำอยู่ทำไม

7. ถ้าย้อนเวลากลับได้ คนวัยเกษียณบอกว่าจะกังวล กับเรื่องต่างๆให้น้อยลง เพราะที่ผ่านมามัวไปกังวล เรื่องบ้าบอคอแตกมากมาย โดยไม่เกิดผลอะไรเลย กังวลแล้วทุกเรื่องก็จบลงได้ โดยที่ความกังวลไม่ได้ทำให้จบลงดีหรือเลวกว่าเดิม เพิ่มเติมมาคือความเครียดที่อาจนำไปสู่โรคร้ายทำลายตัวเองอีก

โชคดีใช่ไหมหละ ที่คุณยังไม่ 60 แล้วได้อ่านรายงานเรื่องนี้ แต่ถึงจะ60 ก็เถอะ อย่ารอถึง70 แล้วมาบอกว่า”รู้งี้”อีกหละ


ที่มา Link

03 ตุลาคม 2566

มนุษย์เงินเดือนที่ไม่ได้เป็นข้าราชการ ต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ก่อนเกษียณ

 หลายคนที่เป็นมนุษย์เงินเดือน ไม่ว่าจะเป็นพนักงานออฟฟิศ หรือทำงานโรงงาน มักจะมีคำถามในใจว่า ตัวเองต้องมีเงินเก็บกี่บาท ก่อนเกษียณ หรือบางทีเราก็อาจจะกังวัลใจว่า เกิดโชคไม่ดีโดนเลิกจ้าง หรือไม่สามารถทำงานได้ไม่ว่าจะเกิดจากปัญหาสุขภาพหรืออะไรก็แล้วแต่ เราต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ ถึงจะอยู่ได้โดยไม่ลำบาก


บทความนี้ จะขอแนะนำโปรแกรมคำนวณเงินเก็บที่ต้องมีหลังเกษียณ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าไปลองเล่นได้ที่ Link


จากรูปด้านล่าง สมมติฐานคือ

  • ต้องการเกษียณตอนอายุ 55 ปี
  • คาดว่าจะอยู่ถึง 90 ปี (เวลาหลังเกษียณ 35 ปี)
  • ดอกเบี้ยที่ได้รับ 1.5% ทบต้นรายวัน (ใช้ดอกเบี้ยเงินฝาก e-Saving มาคำนวณ)
  • ต้องการเงิน 30,000 ต่อเดือน ทุกเดือน
  • จะต้องมีเงินเก็บ 9.8 ล้านบาท



รูปด้านล่างเป็นตารางสรุปว่าเราต้องมีเงินเก็บกี่บาท ก่อนเกษียณ (โดยใช้สมมติฐานดอกเบี้ย และอายุขัยตามข้างบน) เช่น

  • ต้องการเกษียณตอนอายุ 40 ปี และต้องการเงิน 30,000 บาทต่อเดือนทุกเดือน จะต้องมีเงินเก็บ 12.7 ล้านบาท
  • ต้องการเกษียณตอนอายุ 50 ปี และต้องการเงิน 30,000 บาทต่อเดือนทุกเดือน จะต้องมีเงินเก็บ 10.9 ล้านบาท








06 ธันวาคม 2565

ข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือ พนักงานบริษัทเอกชน ทำงานอะไรดี?


การเลือกเส้นทางอาชีพว่าจะเป็นข้าราชการ พนักงานรัฐวิสาหกิจ หรือพนักงานบริษัทเอกชน มีจุดเด่นและข้อจำกัดที่แตกต่างกันในด้านรายได้ ความมั่นคง และคุณภาพชีวิต ดังนี้ (ขออภัยที่ต้องคงสัญลักษณ์ ไว้ตามกฎของระบบที่บังคับให้ระบุแหล่งที่มาของข้อมูลครับ แต่ได้นำรายละเอียดอ้างอิงอื่นๆ ออกให้แล้ว)


1. ข้าราชการ

  • เงินเดือนส่วนใหญ่จะน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มอื่น

  • มีความมั่นคงสูงมาก สามารถทำงานได้จนถึงอายุ 60 ปี

  • มีบำนาญหลังเกษียณ

  • สวัสดิการรักษาพยาบาลตอนทำงานดีมาก ครอบคลุมตัวเองและครอบครัว

  • มีสวัสดิการรักษาพยาบาลดูแลต่อเนื่องไปจนถึงตอนเกษียณ

  • เวลาทำงานแน่นอน (08:30 - 16:30 น.) และมีความกดดันตอนทำงานไม่สูง



2. พนักงานรัฐวิสาหกิจ

  • เงินเดือนส่วนใหญ่จะอยู่ในระดับกลางๆ

  • มีความมั่นคงสูงมาก แต่ทำงานได้จนถึงอายุ 55 ปี

  • ไม่มีเงินบำนาญ

  • สวัสดิการรักษาพยาบาลตอนทำงานดีมาก ครอบคลุมตัวเองและครอบครัว

  • ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลรองรับในตอนเกษียณ

  • เวลาทำงาน 08:30 - 16:30 น. และมีความกดดันตอนทำงานไม่สูง



3. พนักงานบริษัทเอกชน

  • เงินเดือนส่วนใหญ่จะสูงที่สุด

  • มีโอกาสโดนเลย์ออฟหรือตกงานสูง ทำให้มีความมั่นคงน้อยกว่า

  • ไม่มีเงินบำนาญ

  • สวัสดิการรักษาพยาบาลตอนทำงานขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละบริษัท

  • ไม่มีสวัสดิการรักษาพยาบาลในตอนเกษียณ

  • มักเลิกงานช้ากว่า บางวันอาจต้องทำงานจนดึกหรือต้องทำในวันเสาร์อาทิตย์

  • มีความกดดันตอนทำงานสูง เนื่องจากบริษัทต้องการผลกำไร



หากคุณให้ความสำคัญกับความมั่นคงและสวัสดิการหลังเกษียณ อาชีพข้าราชการจะตอบโจทย์ได้ดีที่สุด ในขณะที่พนักงานบริษัทเอกชนเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสูงและพร้อมรับความกดดัน ส่วนพนักงานรัฐวิสาหกิจคือทางเลือกที่สมดุลระหว่างรายได้ที่น่าพอใจและความมั่นคงในเวลาทำงาน

07 กรกฎาคม 2565

พนักงานบริษัทเอกชนต้องมีเงินเก็บเท่าไหร่ก่อนเกษียณ(หรือก่อนตกงาน)

 



พนักงานบริษัทเอกชน หลังเกษียณ หรือเกิดกรณีโดนเลิกจ้าง ตกงาน จะทำให้ไม่มีรายได้เลย ดังนั้นการวางการเงินจึงเป็นเรื่องที่สำคัญมาก

ตารางด้านล่างคือเงินเก็บที่เราต้องมีถ้าเราอยากมีรายได้หลังเกษียณ(หรือหลังตกงาน) โดยคำนวณจากสูตร 4% rule ที่มักจะนิยมใช้สำหรับการวางแผนทางการเงิน




จากตารางด้านบน ถ้าเราอยากมีรายได้วันละ 300 บาทหลังเกษียณหรือหลังตกงาน (อยู่ประเภทกุ้งฝอย) เราต้องมีเงินเก็บทั้งหมด 2.7 ล้านบาท

ถ้าอยากมีรายได้วันละ 1,000 บาท (อยู่ประเภทกุ้งขาว) เราต้องมีเงินเก็บ 9.1 ล้านบาท

คำถาม ชีวิตคุณหลังเกษียณหรือหลังตกงาน คุณอยากอยู่ Category กุ้งประเภทไหน?






01 พฤษภาคม 2563

มนุษย์เงินเดือน พนักงานบริษัทเอกชน หลังเกษียณหรือตกงาน จะมีรายได้จากไหนบ้าง


 

มนุษย์เงินเดือน พนักงานบริษัทเอกชน หลังเกษียณหรือตกงาน จะมีรายได้จากไหนบ้าง


รายได้ที่เราได้แน่นอน

1. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ

    • เดือนละ 500 - 1,000 บาท ตามช่วงอายุ
    • ต้องมีอายุ 60 ปีขึ้นไป



2. เงินบำนาญชราภาพ ประกันสังคม
    • ได้ตอนอายุ 55 ปี และสิ้นสุดความเป็นผู้ประกันตน
    • เริ่มต้นเดือนละ 3,000 บาท (ขึ้นกับระยะเวลาส่งเงินสมทบ ยิ่งส่งเยอะ ยิ่งได้บำนาญเยอะ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Link)




เงินได้อื่นๆ 

ถ้าระหว่างที่เราทำงาน เรามีการออมเพิ่มเติม เช่น
  1. กองทุนรวม SSF, RMF
  2. ประกันชีวิตแบบออมทรัพย์
  3. ประกันชีวิตแบบบำนาญ
  4. หุ้น อสังหาริมทรัพย์
  5. กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ Provident Fund


บทความที่ได้รับความนิยม