การที่ผู้คนในสังคม นิยมทำอะไรเพื่อคนอื่นนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้สังคมน่าอยู่ขึ้น เรื่องทำนองนี้บางคนพูดเยอะแต่ทำน้อย
บางคนพูดน้อยแต่ทำเยอะ การสำรวจอย่างเป็นรูปธรรมน่าจะช่วยให้เราเห็นภาพนี้ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น
เมื่อเร็วๆ นี้ สถาบันเพื่อสังคมที่ชื่อ Charities Aid Foundation (http://cafonline.org) ได้มีการเปิดเผยผลสำรวจที่จัดทำโดย Gallup Poll ของประเทศอังกฤษ เกี่ยวกับการทำอะไรเพื่อคนอื่นของคนในประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยสอบถามกลุ่มตัวอย่างประเทศละ 500-2,000 คนใน 153 ประเทศทั่วโลกในสามเรื่องใหญ่ๆ ได้แก่ การบริจาคเงินเพื่อการกุศล การสละเวลาเพื่อทำกิจกรรมสาธารณประโยชน์ และการช่วยเหลือคนแปลกหน้าที่ตนไม่รู้จัก
ผลปรากฏว่า ประเทศที่ได้คะแนนมากเป็นอันดับหนึ่งมีสองประเทศ ได้แก่ ออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ ซึ่งได้คะแนนในระดับที่สูงมากทั้งสามด้านที่ทำการสำรวจ ตามมาด้วย ไอร์แลนด์ แคนาดา สวิตเซอร์แลนด์ สหรัฐอเมริกา เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร ศรีลังกา ออสเตรีย ลาว และเซียร์ราลีโอน ตามลำดับ
ผลการสำรวจในครั้งนี้ยังชี้ให้เห็นด้วยว่า ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของคนแต่ละประเทศนั้นไม่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคหรือระดับรายได้เท่าไรนัก เพราะประเทศที่ได้คะแนนสูงๆ นั้น มาจากภูมิภาคและระดับรายได้ที่หลากหลาย ใน 20 อันดับแรกนั้นมีประเทศร่ำรวยกับประเทศยากจนติดอันดับเท่าๆ กัน คือ ประมาณครึ่งต่อครึ่ง ตัวอย่างของประเทศยากจนที่ติด 20 อันดับแรกก็เช่น ลาว กีนี กูยาน่า และเติร์กมินิสถาน เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังพบว่าผู้ชายและผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะทำอะไรเพื่อคนอื่นในระดับที่ไม่ต่างกันมากนัก ซึ่งอาจขัดแย้งกับความรู้สึกทั่วไปที่คนมอง ในขณะที่ยิ่งกลุ่มตัวอย่างมีอายุมากขึ้นเท่าไร ก็ยิ่งมีแนวโน้มที่จะบริจาคเงินเพื่อผู้อื่นมากขึ้นเท่านั้น อันสอดคล้องกับรายได้ที่มักเพิ่มขึ้นตามวัยด้วย ในเวลาเดียวกัน คนอายุน้อยจะนิยมทำเพื่อคนอื่นด้วยการสละเวลาเพื่อทำกิจกรรมเพื่อสาธารณประโยชน์ และช่วยเหลือคนแปลกหน้ามากกว่า
สำหรับ ประเทศไทยนั้นได้คะแนนเป็นลำดับที่ 25 โดยพบว่าคนไทยนิยมการทำเพื่อคนอื่นด้วยวิธีบริจาคเงินมากที่สุด และมากเป็นอันดับสามของโลกเลยทีเดียว แต่ในด้านการสละเวลาเพื่อสังคมและการช่วยเหลือคนแปลกหน้านั้น เราได้คะแนนค่อนข้างน้อยเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทำให้อันดับโดยรวมของเราไม่สูงมากนัก ในขณะที่ประเทศลาวนั้นโดดเด่นหมดทั้งสามด้าน จึงมาเป็นอันดับหนึ่งในภูมิภาคอาเซียน
อันดับของประเทศอื่นๆ ที่น่าสนใจอีกก็มี ฮ่องกง (18) ฟิลิปปินส์ (50) มาเลเซีย (76) สิงคโปร์ (91) เวียดนาม (138) กัมพูชา (142) จีน (147) เป็นต้น
ผมว่าการสำรวจนี้เป็นการสำรวจที่น่าสนใจ เพราะสะท้อนให้เห็นอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับการทำอะไรเพื่อคนอื่นโดยผู้คนในแต่ละสังคม และความเป็นจริงก็อาจจะไม่ตรงกับความรู้สึกของเราเสมอไป บางครั้งการที่เราอยากเห็นสังคมดีขึ้นนั้นแค่การพูดมากๆ อย่างเดียวไม่พอ ต้องมีการลงมือปฏิบัติให้เป็นรูปธรรมด้วย
มาช่วยกันลงมือปฏิบัติให้มากๆ ด้วยกันนะครับ
from http://bit.ly/cww6SA
My personal blog about health, hobby, stock & investment, information technology, self improvement, tax and travel.
20 ตุลาคม 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
หมากฮอส เป็นกีฬาหมากกระดานประเภทหนึ่ง ประกอบด้วยผู้เล่น 2 ฝ่าย อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ กระดานและตัวหมาก ...
-
ประเด็นทางเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มพูดกันมากขึ้นในประเทศไทยก็คือ การที่เศรษฐกิจไทยติดหล่มเติบโตต่ำเรื้อรัง ในขณะที่เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยต่ำ...
-
แผนการลงทุนระยะยาวต่อจากนี้ไปของผมนั้นก็คือ การถือหุ้นเวียตนามประมาณ 30% บวกลบ หุ้นไทยประมาณ 30% บวกลบ และ “หุ้นโลก” ซึ่งในขั้นนี้ส่วนใหญ่...
-
ความก้าวหน้าของ AI ในการคิด วิเคราะห์ และประเมินมูลค่าพื้นฐานของตัวหุ้นหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอีกมากมายในการลงทุนนั้น ไม่ต้องสงสัยว่ากำลังดี...
-
เรื่องเล่า..! บิล เกตส์ ไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งกับคนจน มีคนเคยเล่าว่า ตอนเขาไปงานประชุมการ “ลงทุน” ในอเมริกา “บิล เกตส์” เป็นวิทยากร แล้วเขาก็ถ...
-
กระแส “AI” ของโลก ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว ChatGPT ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งทำให้หุ้นเทคโนโลยี “ทั่วโลก” โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลย...
-
วันที่ 19 เมษายน 1951 ดักลาส แม็คอาเธอร์ นายพล 5 ดาวและวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวสุนทรพจน์อำลาชีวิตทหารในสภาคองเ...
-
3 Ls (Liquor, ladies and leverage) ภัยร้ายที่ทำให้นักลงทุนล้มละลาย โดย ชาร์ลี มังเกอร์ หนึ่งในคำคมและคำเตือนสติที่คลาสสิกที่สุดในโลกการเงินแ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น