ตอนที่4 คนรวยคิดการใหญ่ คนจนคิดการเล็ก
คนรวยคิดการใหญ่
คนจนคิดการเล็กคุณจะได้รับเงินเท่ากับมูลค่าของตัวคุณในท้องตลาด
ปัจจัยที่บ่งบอกมูลค่าของคุณในท้องตลาดมี
4 ประการ นั่นคือ อุปสงค์ อุปทาน คุณภาพ และปริมาณ จากประสบการณ์ของผม
ปัจจัยที่เป็นอุปสรรคอันใหญ่หลวงที่สุดสำหรับคนส่วนใหญ่คือ ปริมาณ ซึ่งหมายถึง
ปริมาณงานที่คุณสามารถทำได้ในสาขาอาชีพนั้นๆ
พูดอีกอย่างก็คือ
คุณสามารถให้บริการหรือสร้างผลกระทบกับจำนวนคนมากแค่ไหน?
ผมเคยเป็นเจ้าของฟิตเนส
ตั้งแต่นาทีแรกที่ผมคิดจะทำธุรกิจนั้น
ผมตั้งใจจะเปิดสาขาให้ประสบความสำเร็จสักร้อยแห่งและให้บริการคนป็นหมื่นๆคน
ในทางกลับกัน คู่แข่งของผมซึ่งเริ่มทำธุรกิจนี้หลังจากผมหกเดือน
คาดหวังแค่การสร้างฟิตเนสที่ประสบความสำเร็จเพียงสาขาเดียวเท่านั้น สุดท้ายแล้ว
เธอจึงมีฐานะแค่พออยู่ได้
ขณะที่ผมร่ำรวย!ณค่าให้ช
หนึ่งในนักประดิษฐ์และนักปรัชญาผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในยุคของเราคือ
บัคมินสเตอร์ ฟูลเลอร์ เขาเคยกล่าวไว้ว่า
"จุดประสงค์ในชีวิตของเราคือการเพิ่มคุณค่าให้ชีวิตของผู้คนในยุคนี้และยุคต่อๆไป"
เราต่างถือกำเนิดขึ้นมาบนโลกพร้อมกับพรสวรรค์
ซึ่งเป็นสิ่งที่เราทำได้ดีโดยธรรมชาติ
คุณได้รับของขวัญพิเศษนี้ด้วยเหตุผลประการเดียว นั่นคือ
เพื่อนำไปใช้และแบ่งปันให้กับคนอื่นๆ ผลการวิจัยแสดงให้เห็นว่า
ผู้ที่มีความสุขที่สุดคือคนที่ใช้พรสวรรค์ของตนอย่างเต็มที่
หนึ่งในภารกิจแห่งชีวิตของคุณคือการแบ่งปันพรสวรรค์และคุณค่าของคุณให้ผู้คนจำนวนมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
นั่นหมายถึงการเต็มใจที่จะคิดการใหญ่
คุณรู้ความหมายของคำว่า
ผู้ประกอบการหรือเปล่า? ในการสัมมนาของเรา เราให้คำจำกัดความกับมันว่า
"ผู้แสวงหาผลกำไรจากการช่วยคนอื่นแก้ปัญหา" ใช่แล้ว อาชีพนี้ไม่ต่างอะไรจาก
"นักแก้ปัญหา"
ยิ่งคุณช่วยคนมาก คุณก็จะ "ร่ำรวย"
ยิ่งขึ้น ทั้งทางด้านจิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ และที่แน่ๆ ก็คือ
ด้านการเงิน
ผมเห็นผู้คนมากมายที่คิดแต่เรื่องเล็กๆ
และผู้คนอีกมากมายที่ปล่อยให้ตัวตนซึ่งยึดติดกับความกลัวมีอำนาจควบคุมชีวิต
ผลก็คือพวกเราจำนวนมากไม่ได้ใช้ชีวิตด้วยศักยภาพขั้นสูงสุดที่ตัวเองมี
ทั้งในแง่ชีวิตส่วนตัวและการอุทิศตนให้ผู้อื่น
มาเรียน วิลเลียมสัน
ผู้ประพันธ์หนังสือชื่อ A Return to Love
เขียนไว้ดังนี้
"คุณคือบุตรของพระเจ้า การทำแต่สิ่งเล็กๆ ไม่ใช่การรับใช้โลก
การหดตัวให้ลีบเล็กเพื่อคนอื่นๆ
รอบตัวจะได้ไม่รู้สึกหวาดหวั่นนั้นไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์อะไร
เราต่างถูกลิขิตมาให้เปล่งประกายเฉกเช่นเด็กตัวน้อย
เราถือกำเนิดมาเพื่อแสดงพระนามศักดิ์สิทธิ์ของพระเจ้าซึ่งสถิตย์ในตัวเราให้เป็นที่ประจักษ์
มันไม่ได้มีอยู่เพียงแต่ในตัวเราบางคน มันมีอยู่ในทุกคน
และเมื่อเราปล่อยให้แสงสว่างในตัวเราเจิดจ้า
เท่ากับเราได้อนุญาตให้คนอื่นทำเช่นเดียวกันโดยไม่รู้ตัว
เมื่อเราปลดเปลื้องตัวตนจากความกลัวของเราเอง
การดำรงอยู่ของเราก็จะปลดเปลื้องคนอื่นไปด้วยโดยอัตโนมัติ"
ท้ายที่สุด
การคิดเล็กและทำแต่เรื่องเล็กจะนำไปสู่การสิ้นเนื้อประดาตัวและความไม่พอใจในตนเอง
ส่วนการคิดใหญ่และทำการใหญ่จะนำไปสู่การมีพร้อมทั้งเงินและความหมายในชีวิต
คุณเลือกเอาได้ตามใจ!
from http://www.oknation.net/blog/dy22/
My personal blog about health, hobby, stock & investment, information technology, self improvement, tax and travel.
09 เมษายน 2555
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
หมากฮอส เป็นกีฬาหมากกระดานประเภทหนึ่ง ประกอบด้วยผู้เล่น 2 ฝ่าย อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ กระดานและตัวหมาก ...
-
ประเด็นทางเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มพูดกันมากขึ้นในประเทศไทยก็คือ การที่เศรษฐกิจไทยติดหล่มเติบโตต่ำเรื้อรัง ในขณะที่เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยต่ำ...
-
แผนการลงทุนระยะยาวต่อจากนี้ไปของผมนั้นก็คือ การถือหุ้นเวียตนามประมาณ 30% บวกลบ หุ้นไทยประมาณ 30% บวกลบ และ “หุ้นโลก” ซึ่งในขั้นนี้ส่วนใหญ่...
-
ความก้าวหน้าของ AI ในการคิด วิเคราะห์ และประเมินมูลค่าพื้นฐานของตัวหุ้นหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอีกมากมายในการลงทุนนั้น ไม่ต้องสงสัยว่ากำลังดี...
-
เรื่องเล่า..! บิล เกตส์ ไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งกับคนจน มีคนเคยเล่าว่า ตอนเขาไปงานประชุมการ “ลงทุน” ในอเมริกา “บิล เกตส์” เป็นวิทยากร แล้วเขาก็ถ...
-
กระแส “AI” ของโลก ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว ChatGPT ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งทำให้หุ้นเทคโนโลยี “ทั่วโลก” โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลย...
-
วันที่ 19 เมษายน 1951 ดักลาส แม็คอาเธอร์ นายพล 5 ดาวและวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวสุนทรพจน์อำลาชีวิตทหารในสภาคองเ...
-
3 Ls (Liquor, ladies and leverage) ภัยร้ายที่ทำให้นักลงทุนล้มละลาย โดย ชาร์ลี มังเกอร์ หนึ่งในคำคมและคำเตือนสติที่คลาสสิกที่สุดในโลกการเงินแ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น