โดย : นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์
ทุกวันนี้ ถ้าถามผมว่าอยากเห็นรัฐบาลช่วยพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม หรือที่เรียกว่าเอสเอ็มอีในรูปแบบใดมากที่สุด
ผมจะตอบว่าอยากเห็นรัฐบาลช่วยผลักดันเอสเอ็มอีให้เข้ามาอยู่ในระบบกันให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
มาตรการนี้อาจฟังดูแล้วเหมือนไม่น่าจะเป็นการช่วยเหลือเอสเอ็มอี แต่ที่จริงแล้ว มันส่งผลต่อการพัฒนาเอสเอ็มอีอย่างมากครับ
ทุกวันนี้ เอสเอ็มอียังเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่อยู่นอกระบบในสัดส่วนที่สูงมาก คำว่า นอกระบบ ก็อย่างเช่น การเสียภาษีที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง การใช้แรงงานนอกระบบ การพึ่งพาแหล่งเงินกู้นอกระบบ การขายสินค้าที่ละเมิดลิขสิทธิ์ต่างๆ การใช้ของปลอม รวมไปถึงการใช้ที่สาธารณะเป็นสถานประกอบการด้วย
บางคนอ้างว่า เอสเอ็มอีเป็นธุรกิจของคนตัวเล็ก ซึ่งทุกวันนี้ เสียเปรียบทุนขนาดใหญ่ในทุกๆ ด้าน ดังนั้น ถ้าจะปล่อยให้คนตัวเล็กทำอะไรไม่ถูกต้องบ้างก็หรี่ตาไปข้างหนึ่งเถอะ อย่างน้อยมันก็ช่วยให้เขามีอะไรที่พอจะสู้กับคนตัวใหญ่ได้
แต่สิ่งที่เรามองข้ามไป คือ การทำอย่างนั้นจะส่งผลร้ายอย่างยิ่งกับคนที่เป็นเอสเอ็มอีด้วยกันเอง ในเมื่อทุกคนสามารถแข่งขันกันนอกระบบหรือในระบบก็ได้ คนที่ทำตามระบบทุกอย่างจะเสียเปรียบมากจนทำให้อยู่ไม่ได้ สุดท้ายแล้วทุกคนก็จำต้องลุกขึ้นมาสู้กันนอกระบบเพื่อความอยู่รอด กลไกตลาดที่จะช่วยก่อให้เกิดการพัฒนาตามระบบจะกลายเป็นอัมพาต
ตัวอย่างเช่น การเสียภาษี เวลาที่แต่ละบริษัทเสียภาษีไม่เท่ากันมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ใครจะลักไก่ได้มากแค่ไหน ภาษีก็จะกลายมาเป็นข้อได้เปรียบเรื่องต้นทุนทางธุรกิจที่มีนัยสำคัญขึ้นมาทันที ภายใต้สภาวะแวดล้อมการแข่งขันในตลาดที่เหมือนกัน บริษัทที่หลบภาษีได้มากกว่าอาจมีต้นทุนต่ำกว่าคู่แข่งได้มากถึง 20-30% หรือมากกว่านั้นอีก ในขณะที่บริษัทที่พยายามแข่งขันด้วยการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานด้วยการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ หรือพยายามพัฒนาสินค้าและบริการของตนให้มีจุดแตกต่างจากคู่แข่งนั้น อาจสร้างความได้เปรียบให้เหนือคู่แข่งได้เพียงแค่ 2-5% เท่านั้น
แล้วอย่างนี้จะดิ้นรนนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ หรือพยายามพัฒนาสินค้าให้เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคมากขึ้นทำไม ในเมื่อจุดชี้เป็นชี้ตายของการแข่งขันมันอยู่ที่เรื่องนอกระบบ
อีกตัวอย่างหนึ่ง คือ เรื่องซอฟต์แวร์ ผมฟันธงเลยว่า บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ของบ้านเราไม่มีวันเกิดได้ เพราะต่อให้พัฒนาซอฟต์แวร์ได้ยอดเยี่ยมกว่าของต่างประเทศมากแค่ไหน แต่ถ้าซอฟต์แวร์ในประเทศไทยเป็นสิ่งที่ขายไม่ได้ เพราะไม่มีใครยอมจ่ายเงินซื้อซอฟต์แวร์ใช้ ก็เป็นไปไม่ได้เลย ที่บริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์จะอยู่ในประเทศนี้ได้
ในสหรัฐบริษัทด้านเทคโนโลยีล้วนกอบโกยเงินจนกลายเป็นบริษัทที่มั่งคั่งที่สุดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นไมโครซอฟท์ กูเกิล แอ๊ปเปิ้ล แต่ทำไมบริษัทด้านเทคโนโลยีของบ้านเรากลับกลายเป็นพวกที่อยู่อย่างลุ่มๆ ดอนๆ ขาดทุนแล้วขาดทุนอีก ต้องการความช่วยเหลือจากภาครัฐตลอดเวลา บางคนบอกว่าเป็นเพราะสหรัฐ มีพวก Private Equity ที่คอยให้ทุนสนับสนุนธุรกิจด้านเทคโนโลยีอยู่ อันนั้นก็อาจจะถูกส่วนหนึ่ง แต่ลองคิดว่า บริษัทพวกนี้ขายของไม่ได้ เพราะทุกคนลักลอบใช้ซอฟต์แวร์ฟรีกันหมด ต่อให้มีคนให้เงินทุนมากแค่ไหน ก็อยู่ไม่ได้อยู่ดี เพราะถ้าขายของไม่ได้ ธุรกิจจะอยู่ได้อย่างไร
บางคนชอบอ้างว่า เอสเอ็มอีประเทศไหนเขาก็เป็นแบบนี้กันทั้งนั้น แต่ จากการสำรวจโดยมหาวิทยาลัยลินซ์ ประเทศออสเตรีย พบว่า ประเทศไทยนั้นมีขนาดของเศรษฐกิจนอกระบบต่อจีดีพีสูงมากเป็นอันดับที่เจ็ดของโลก (ประมาณ 57% ของจีดีพี) นั่นย่อมเป็นสัญญาณหนึ่งที่บ่งชี้ว่าปัญหาเรื่องนี้ของเราถือว่าไม่ธรรมดาแล้ว บางครั้งผมก็อดคิดไม่ได้ว่าเป็นเพราะสังคมไทยเป็นสังคมที่มีความอดทนและอะลุ้มอล่วยต่อคนที่ทำผิดมากกว่าประเทศอื่นรึเปล่า ที่เป็นต้นเหตุของปัญหาอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นในสังคมไทยทุกวันนี้
บางคนบอกว่า เรื่องอย่างนี้แก้ยังไงก็แก้ไม่ได้หรอก มันขึ้นอยู่กับจิตสำนึก แต่ถ้าถามว่า แล้วสหรัฐประสบความสำเร็จในการทำให้ธุรกิจส่วนใหญ่อยู่ในระบบด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกหรือไม่ คำตอบก็คงไม่ใช่ เราเห็นแต่การบังคับใช้กฎหมายของเขาที่เด็ดขาด เราได้ยินข่าวเศรษฐีในประเทศที่พัฒนาแล้วถึงขั้นต้องติดคุก เพราะโกงภาษีอยู่บ่อยๆ หรือสรรพากรของสหรัฐก็มีอำนาจมากถึงขนาดเข้าไปอายัดเงินในบัญชีของคนที่สงสัยว่าจะโกงภาษีได้เลย แล้วเราจะจริงจังและจริงใจกับการจับคนที่ทำผิดได้บ้างแล้วหรือยัง
ผมว่าเอสเอ็มอีบ้านเรามีศักยภาพในการพัฒนาตนเองสูงมากอยู่แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าสภาพแวดล้อมจะเอื้อให้เขาอยากพัฒนาตัวเองมากน้อยแค่ไหน
from http://bit.ly/f57q6N
My personal blog about health, hobby, stock & investment, information technology, self improvement, tax and travel.
17 ธันวาคม 2553
สมัครสมาชิก:
ส่งความคิดเห็น (Atom)
บทความที่ได้รับความนิยม
-
หมากฮอส เป็นกีฬาหมากกระดานประเภทหนึ่ง ประกอบด้วยผู้เล่น 2 ฝ่าย อุปกรณ์การเล่น ได้แก่ กระดานและตัวหมาก ...
-
ประเด็นทางเศรษฐกิจที่กำลังเริ่มพูดกันมากขึ้นในประเทศไทยก็คือ การที่เศรษฐกิจไทยติดหล่มเติบโตต่ำเรื้อรัง ในขณะที่เงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยต่ำ...
-
แผนการลงทุนระยะยาวต่อจากนี้ไปของผมนั้นก็คือ การถือหุ้นเวียตนามประมาณ 30% บวกลบ หุ้นไทยประมาณ 30% บวกลบ และ “หุ้นโลก” ซึ่งในขั้นนี้ส่วนใหญ่...
-
ความก้าวหน้าของ AI ในการคิด วิเคราะห์ และประเมินมูลค่าพื้นฐานของตัวหุ้นหรือทรัพย์สินอย่างอื่นอีกมากมายในการลงทุนนั้น ไม่ต้องสงสัยว่ากำลังดี...
-
เรื่องเล่า..! บิล เกตส์ ไม่ยอมให้ลูกสาวแต่งกับคนจน มีคนเคยเล่าว่า ตอนเขาไปงานประชุมการ “ลงทุน” ในอเมริกา “บิล เกตส์” เป็นวิทยากร แล้วเขาก็ถ...
-
กระแส “AI” ของโลก ที่เกิดขึ้นพร้อมกับการเปิดตัว ChatGPT ในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2022 ซึ่งทำให้หุ้นเทคโนโลยี “ทั่วโลก” โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลย...
-
วันที่ 19 เมษายน 1951 ดักลาส แม็คอาเธอร์ นายพล 5 ดาวและวีรบุรุษสงครามโลกครั้งที่ 2 ของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวสุนทรพจน์อำลาชีวิตทหารในสภาคองเ...
-
3 Ls (Liquor, ladies and leverage) ภัยร้ายที่ทำให้นักลงทุนล้มละลาย โดย ชาร์ลี มังเกอร์ หนึ่งในคำคมและคำเตือนสติที่คลาสสิกที่สุดในโลกการเงินแ...
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น