26 มีนาคม 2552

เลือกยาสีฟัน อันไหนดี?

เลือกยาสีฟัน อันไหนดี?


สาระน่ารู้ สุขภาพ อาหารเสริม เครื่องใช้ เครื่องสำอางค์ เครื่องกรองน้ำ กิฟฟารีน giffarine
ยาสีฟันที่เราใช้กันอยู่ทุกวัน พวกเราเคยสงสัยหรือไม่ว่ายาสีฟันช่วยรักษาฟันได้อย่างไร และเราควรเลือกซื้อชนิดไหนที่เหมาะสมกับแต่ละคน

ปัจจุบัน จะพบโฆษณายาสีฟันที่ใช้แล้วทำให้ฟันขาว ทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดว่า ยาสีฟันเป็นยาวิเศษ ความจริงยาสีฟันไม่มีประสิทธิภาพทำให้ฟันขาวขึ้นจากธรรมชาติของแต่ละคน หากแต่กลไกการทำงานของยาสีฟันจะทำหน้าที่ขจัดคราบที่เกาะติดอยู่ ทำให้เห็นเนื้อฟันที่ขาวโดยธรรมชาติให้ปรากฏขึ้นเท่านั้น เช่นเดียวกับน้ำยาล้างรถ เมื่อเราล้างรถให้สะอาด ก็จะเห็นสีรถเป็นเงางามสดใส ยาสีฟันก็เช่นกัน

ยา สีฟันในท้องตลาดมีหลากหลายยี่ห้อหลากหลายคุณภาพ การแข่งขันทำให้ผู้ผลิตพยายามพัฒนาคุณภาพสินค้าให้ถูกใจผู้บริโภค โดยการเติมสารฟอกขาวในยาสีฟันเพื่อฟอกและกัดให้ฟันขาว สารฟอกขาวเหล่านี้หากใช้นานๆ จะมีผลไปกัดกร่อนเนื้อฟันชั้นนอกออกจนหมด ผลก็คือฟันจะเริ่มเหลืองและจะเสียวฟันต่อความร้อน-เย็น

ยาสีฟันทำงานอย่างไร?

ช่อง ปากเปรียบเสมือนสวนสัตว์เล็กๆ ส่วนตัว ประกอบไปด้วยเชื้อจุลินทรีย์กว่า 500 ชนิดอยู่รวมกันซึ่งเป็นสิ่งตกค้างจากเศษอาหารที่เกาะอยู่ตามซอกฟัน เชื้อจุลินทรีย์เจริญเติบโตได้จากเศษอาหารที่ตกค้างในปาก และหมักหมมจนก่อให้เกิดกรดและสารระเหยของซัลเฟอร์โมเลกุล กรดที่เกิดขึ้นจะกัดกร่อนเนื้อฟันให้ผุจนเป็นหลุม ในขณะที่สารระเหยของซัลเฟอร์โมเลกุลจะระเหยออกจากช่องปากส่งกลิ่นเหม็นทุก ครั้งที่เราพูด

ยา สีฟันจะทำงานร่วมกับแปรงสีฟัน ขัดและขจัดคราบและเศษอาหารตามซอกฟันออก ทำให้ช่องปากและฟันสะอาด เป็นการต่อต้านการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ ยาสีฟันประกอบไปด้วยผงขัดฟัน เช่น แคลเซี่ยมฟอสเฟท อลูมินา แคลเซี่ยมคาโบเนท และ แคลเซี่ยมซิลิกา ยาสีฟันที่ดีควรจะมีปริมาณและชนิดผงขัดฟันเหมาะสมและเพียงพอที่จะขัดคราบที่ เกาะอยู่บนผิวฟันได้ แต่ต้องไม่มากเกินไปหรือไม่ใช่ชนิดที่หยาบเกินไปเพราะจะไปทำลายเนื้อฟัน ทำให้เสียวฟันและฟันเหลือง

ยา สีฟันยังประกอบไปด้วยสารทำความสะอาดที่ทำให้เกิดฟองเวลาสีฟัน สารทำความสะอาดในยาสีฟันส่วนใหญ่คือ โซเดียมลอริ่วซัลเฟท สารดังกล่าวมักจะมีกลิ่นเคมีรุนแรง ทำให้ผู้ผลิตจำเป็นต้องกลบกลิ่นด้วยสารแต่งกลิ่นอื่นๆ ในปริมาณเข้มข้น และเนื่องจากลิ้นของคนเราสามารถรับรสได้มากมาย ดังนั้นยาสีฟันจึงต้องปรุงแต่งรสให้ออกหวานเล็กน้อย ส่วนใหญ่มักนิยมใช้น้ำตาลสังเคราะห์

เช่น แซคคาริน สารแต่งรสหวานก็นับเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ฟันผุได้ ปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์แนะให้ผู้ผลิตหันมาใช้สารแต่งรสหวานจากธรรมชาติคือ ไซลิทอล (xylitol) ซึ่งปลอดภัยและไม่มีผลทำให้ฟันผุ แต่ราคาจะแพงกว่าชนิดอื่นๆ นอกจากนั้นสาระสำคัญในยาสีฟันยังนิยมที่จะใส่ ‘ฟลูออไรด์’ สารชนิดนี้เมื่อแทรกอยู่ในเนื้อฟัน จะช่วยต่อต้านกรดที่เกิดจากเชื้อจุลินทรีย์ ป้องกันฟันผุอย่างได้ผล

ปัญหายาสีฟัน

1. ยาสีฟันส่วนใหญ่ประกอบไปด้วย โซเดียมลอริลซัลเฟท ซึ่งเป็นสารทำความสะอาดและก่อให้เกิดฟองมากมายในช่องปากทุกครั้งที่เราสีฟัน สารชนิดนี้ก่อให้เกิดแผลในช่องปากซึ่งอาการข้างเคียงในประชากรประมาณ 20%

2. ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารขัดฟันมากเกินไป เพื่อวัตถุประสงค์ให้ฟันสะอาดและขาว หากใช้เป็นประจำและใช้ไปนานๆ จะเสียวฟันเมื่อได้รับความร้อน-เย็นจากอาหาร เพราะเนื้อฟันชั้นนอกจะสึก

วิธีเลือกซื้อยาสีฟัน

1. โดยทั่วไป ยาสีฟันชนิดไหนก็น่าจะใช้ได้ทั้งนั้นถ้าประกอบไปด้วยฟลูออไรด์ ซึ่งจะช่วยป้องกันฟันผุและช่วยให้ฟันแข็งแรง

2. แนะนำให้เลือกใช้ยาสีฟันที่ประกอบไปด้วยสารขัดฟันในปริมาณน้อย จะได้ไม่ทำให้ชั้นนอกของเนื้อฟันหรือ อีนาเมล (enamel) ถูกทำลาย แม้ว่าสารขัดฟันจะช่วยให้ฟันสะอาดและขาว แต่ผลเสียคือทำให้ชั้นอีนาเมลสึก เนื้อฟันชั้นในคือเดนทิน (dentin) ซึ่งมีรูพรุน อุณหภูมิร้อนเย็นจากอาหารจะสามารถแทรกซึม และสัมผัสกับปลายเส้นประสาท ผลคือจะเสียวฟันทุกครั้งที่รับประทานอาหารร้อนหรือเย็นจัด

การเลือกใช้ยาสีฟันตามลักษณะอาการ

ผู้ ที่มีแผลในช่องปากบ่อยๆ อาจเกิดจากสารทำความสะอาดหรือสารก่อฟองในยาสีฟันคือ โซเดียมลอริ่วซัลเฟท ควรหันไปซื้อชนิดอื่นที่ปราศจากสารดังกล่าวแทน ซึ่งมักจะระบุที่ข้างหลอดหรือกล่องบรรจุว่า ปลอดภัยสำหรับอีนาเมล หรือ ยาสีฟันช่วยให้ฟันขาว คุณสมบัติของยาสีฟันจะขจัดคราบที่ติดแน่นที่ผิวฟัน เช่น คราบบุหรี่ กาแฟ ทำให้ฟันสะอาดและความขาวของเนื้อฟันปรากฏ แต่ไม่ได้มีผลฟอกฟันให้ขาว

ผู้ ที่เสียวฟัน ควรเลือกใช้ยาสีฟันชนิดที่ป้องกันการเสียวฟัน ซึ่งเนื้อยาสีฟันจะลดปริมาณสารขัดฟันและมีองค์ประกอบของสารโปรตัสเซี่ยมไนเต รท ซึ่งจะช่วยลดอาการเสียวฟันได้บ้าง แต่หากไม่ได้ผล อาจต้องเปลี่ยนไปใช้ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารฟลูออไรด์สูง ฟลูออไรด์จะไปอุดรูพรุนของเนื้อฟัน ทำให้ปลายเส้นประสาทไม่สัมผัสกับความร้อนเย็นของอาหาร

ยา สีฟันสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบ การเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากนอกจากทำให้ฟันผุแล้ว สารพิษหรือทอกซินที่ปลดปล่อยจากแบคทีเรียจะไปทำลายเนื้อเยื่อของเหงือก ทำให้เลือดออกและอักเสบ ยาสีฟันที่มีองค์ประกอบของสารแต่งรสที่เป็นน้ำตาลหรือน้ำตาลเทียม ก็มีผลทำให้สภาวะช่องปากเป็นกรดและส่งเสริมการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์

ยาสีฟันชนิดที่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรคเหงือกอักเสบจะมีสาร "ไซลิทอล" เป็นองค์ประกอบ ไซลิทอลเป็นสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่เกิดการหมักหมมและไม่ถูกสลายให้เป็นกรดโดยเชื้อจุลินทรีย์ในปาก จะช่วยให้เกิดความสมดุลของความเป็นกรดกับด่างในช่องปากได้ดี และสภาวะที่ไม่เป็นกรดจะต้านการเจริญเติบโตของแบคทีเรียในช่องปากได้ดี ดังนั้นยาสีฟันที่มีไซลิทอลเป็นองค์ประกอบในปริมาณสูง จะช่วยลดอาการเหงือกอักเสบได้

from http://hilight.kapook.com/view/22917/2


14 มีนาคม 2552

ว่ากันด้วยเรื่องของ แคลเซี่ยม

ว่ากันด้วยเรื่องของ แคลเซี่ยม


สาระน่ารู้ สุขภาพ อาหารเสริม เครื่องใช้ เครื่องสำอางค์ เครื่องกรองน้ำ กิฟฟารีน giffarine แคลเซียม
แคลเซียมเป็นส่วนประกอบสำคัญของกระดูก ในผู้ที่สูงอายุหรือผู้หญิงที่หมดประจำเดือนจะเกิดการสลายกระดูกเร็วกว่าปกติ เกิดภาวะกระดูกพรุน หรือ osteroporosis ได้ง่าย อันเป็นสาเหตุของ กระดูกหักที่พบบ่อยในผู้สูงอายุ ที่ได้รับการกระทบกระแทก หรือหกล้ม เช่น กระดูกสะโพกหัก, กระดูกบริเวณข้อมือ, หรือกระดูกสันหลัง ทำให้หลังโกง เป็นต้น ตามความเป็นจริงแล้ว การป้องกันหรือรักษาภาวะกระดูกพรุน โดยเฉพาะ สำหรับผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนที่ดีที่สุด ได้แก่ การให้ฮอร์โมนทดแทน ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องกระดูกได้ดีกว่ายาอื่นแล้ว ยังลดไขมัน และเชื่อว่าป้องกัน โรคความจำเสื่อม อัลไซเมอร์ (Alzheimer disease) ได้ด้วย
(จากการสังเกตว่าผู้ป่วยชนิดนี้เป็นผู้ชายเสียส่วนใหญ่) แต่ข้อเสียคือ จะทำให้มีประจำเดือนอีกและควรระวังใน ผู้ที่มีความเสี่ยงสูงต่อมะเร็งเต้านม
การให้แคลเซียมทดแทน ก็อาจช่วยได้บ้าง แต่วิธีที่จะให้แคลเซียมเสริมที่ดีที่สุด คือควรเริ่มตั้งแต่ช่วงวัยรุ่นและวัยผู้ใหญ่ ซึ่งทำให้ร่างกายมีเนื้อกระดูกมาก ซึ่งจะทำให้เสี่ยงต่อกระดูกผุในวัยชราน้อยลง
การให้แคลเซียมหลังหมดประจำเดือนไปแล้ว มีประโยชน์บ้างเหมือนกัน แต่ไม่มากเท่ากับในช่วงอายุที่ว่า สำหรับผู้ชาย การเกิดโรคจากกระดูกพรุน พบได้น้อยกว่า เนื่องจากเนื้อกระดูกมีมากกว่าแต่อาจเกิดได้เมื่ออายุมากเหมือนกัน ดังนั้นควรป้องกันโดยเสริมแคลเซียมตั้งแต่ เนิ่น ๆ ครับ
อาหารที่แคลเซียมสูง ได้แก่ เนื้อสัตว์, ปลาเล็กที่กินได้ทั้งตัว, นม หรือใครจะซื้อแคลเซียมกินก็ได้ มีขายอยู่มากมาย นอกจากนี้ต้องออกกำลังกายที่ลงน้ำหนัก เช่นเดิน , วิ่ง จะดีกว่าว่ายน้ำ เพราะช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกได้ดีกว่า

from http://health.deedeejang.com/news/471.html


31 มกราคม 2552

โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Extracted Soy Protein)

โปรตีนสกัดจากถั่วเหลือง (Extracted Soy Protein)


สาระน่ารู้ สุขภาพ อาหารเสริม เครื่องใช้ เครื่องสำอางค์ เครื่องกรองน้ำ กิฟฟารีน giffarine ถั่วเหลือง
ถั่วเหลืองเป็นอาหาร มหัศจรรย์ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายนับไม่ถ้วน ถั่วเหลืองมีโปรตีนในรูปกรดอะมิโนครบทุกตัว ซึ่งผู้ที่เป็นมังสะวิรัติใช้มันเป็นแหล่งโปรตีนหลักเพื่อป้องกันการขาดกรด อะมิโนชนิดที่ร่างกายสังเคราะห์ไม่ได้

นอกจากนี้ถั่วเหลืองยังมีแคลเซี่ยมสูง มาก เราสามารถดื่มน้ำถั่วเหลืองแทนนมวัวได้เลยและในปริมาณเท่ากันน้ำถั่วเหลือง จะมีระดับแคลเซี่ยมมากกว่านมวัวด้วย นอกจากนั้นยังมีวิตามินต่างๆ เกลือแร่อีกหลายชนิดและมีราคาย่อมเยา 

ถั่วเหลืองนอกจากนำมาเป็นอาหารในรูปเมล็ด, บดเป็นแป้ง, แล้วแปรรูปเป็นอาหารต่างๆแล้ว ยังได้มีการสกัดเพื่อให้ได้หัวอาหารที่เข้มข้นออกมาด้วย สารอาหารจากถั่วเหลืองสกัดที่มีการวิจัยศึกษามากคือ Genistein และ Daidzein ซึ่งเป็นสาร Isoflavones ที่อยู่ในกลุ่ม Bioflavonoid Isoflavones ทั้งคู่นี้มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระได้ดีมาก ช่วยป้องกันไม่ให้ไขมัน LDL ทำปฏิกิริยากับออกซิเจนและช่วยควบคุมระดับโคเลสเตอรอล 

ชาวจีนและชาวญี่ปุ่นซึ่งรับประทานถั่วเหลืองสกัดในรูปน้ำเต้าหู้, เต้าหู้ก้อน, เต้าหู้แปรรูป, เต้าเจี้ยว, ขนมที่ทำจากแป้งถั่วเหลือง และมิโซะ มานับพันๆปีนั้นมีอัตราของการเป็นมะเร็งที่เกี่ยวเนื่องจากฮอร์โมน เช่นมะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก น้อยกว่าชาวยุโรป และอเมริกาเป็นอย่างมาก 

การวิจัยพบว่าสารทั้งสอง เป็นPhytoestrogen อันเป็นฮอร์โมนพืชนั่นเอง แม้ว่าสารนี้จะเป็น estrogen จากพืชและสามารถจับเข้ากับ recepter ของเซลล์เช่นเดียวกับ estrogen ของร่างการ ความสามารถนี้ไม่มีโทษต่อร่างกายแต่อย่างใด9 แต่กลับมีคุณประโยชน์ในการ ช่วยป้องกันไม่ให้ free estrogen ทำงานมากเกินไป ลดความเสี่ยงจากการเกิดมะเร็งของทรวงอก สำหรับในผู้ชายนั้นมีการวิจัยว่าสารสกัดจากถั่วเหลืองช่วยลดความเสี่ยงต่อ การเกิดมะเร็งต่อมลูกหมากได้มากกว่า70% (10)

ในช่วง10กว่าปีนี้ได้มี การวิจัยถึงสารจากถั่วเหลืองสกัดอีกตัวหนึ่งซึ่งน่าสนใจมากคือ IP6 (Inositol hexaphosphate) สารตัวนี้พบว่าสามารถช่วยกระตุ้นร่างกายให้สร้างเม็ดเลือดขาวที่ชื่อ Natural killer cells (NK) เพิ่มขึ้นเม็ดเลือดขาว ชนิดนี้ร่างกายให้ฆ่าเชื้อโรค,ไวรัส รวมทั้งเซลล์มะเร็ง(12,13,14) และยังพบอีกว่า IP6 ยังทำหน้าที่จับตัวเข้ากับโลหะหนัก(Chelation) ที่คงค้างอยู่ภายในร่างกาย เพื่อจะได้ขับถ่ายมาทางอุจจาระคุณสมบัตินี้จะช่วยป้องกันพิษจากการสะสมโลหะ หนักพวกปรอท, ตะกั่ว, ดีบุก และอะลูมิเนียม(15)เป็นต้น


โปรตีนนั้นสำคัญฉไน

โปรตีน...นั้นสำคัญไฉน


โปรตีนกลายเป็นสารอาหารที่มีประชากรขาดมากที่สุด ตัวหนึ่งก่อให้เกิดปัญหาทุพโภชนาการขาดโปรตีนและพลังงานที่เรียกว่ากวาร์ชิ โอกอร์ การขาดโปรตีนส่งผลให้ร่างกายไม่เจริญเติบโต เสียมวลกล้ามเนื้อ ภูมิต้านทานโรคลดลง ระบบหัวใจและปอดมีปัญหา หากขาดโปรตีนเรื้อรังจะส่งผลให้เสียชีวิตได้



โปรตีน เป็นสาอาหารสำคัญที่ผู้คนมักจะลืมนึกถึง เพราะเข้าใจว่าร่างกายต้องการโปรตีนเพียงหนึ่งกรัมต่อน้ำหนักตัวหนึ่ง กิโลกรัมต่อวันเท่านั้น ในความเป็นจริงแล้ว ร่างกายต้องการโปรตีนในปริมาณน้อยกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน บริโภคน้อยเกินไปก็เกิดปัญหา บริโภคมากเกินไปก็ไม่ดีเพราะโปรตีนไม่สะสมในร่างกาย แม้โปรตีนจะสลายเป็นพลังงานได้ 4 กิโลแคลอรี/กรัม หรือให้พลังงานเท่าๆ กับคาร์โบไฮเดรต แต่ปรากฏว่าในภาวะปกติร่างกายกลับไม่ยอมใช้โปรตีนสร้างพลังงานแต่ชอบที่จะ สงวนไว้มากกว่า



โปรตีนกับโรคเรื้อรัง

แต่ เดิมเคยมีรายงานว่าโปรตีนบางชนิดเช่น โปรตีนจากนมวัวอาจก่อปัญหาให้เกิดเบาหวานในเด็ก แต่ผลของการติดตามศึกษาในปัจจุบันยังไม่สามารถยืนยันในประเด็นนี้ได้ ในกรณีของโรคมะเร็ง พบว่าคนที่บริโภคโปรตีนต่ำหรือมากเกินไปอาจเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็ง

มีรายงานวิจัยที่น่าสนใจอย่างเช่น รายงาน the Nurses’ Health Study ซึ่งทำการศึกษาประชากรกลุ่มใหญ่ที่ทำงานเป็นพยาบาลนับหมื่นคน ใช้เวลาศึกษาต่อเนื่องเป็นเวลานานถึง 14 ปี พบว่าผู้ที่บริโภคโปรตีนในปริมาณที่เกินปริมาณความต้องการของร่างกายแต่ไม่ มากจนเกินไปนักคือเฉลี่ย 110 กรัม/วัน เสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดน้อยกว่าคนที่บริโภคโปรตีนแค่ 68 กรัม/วัน ข้อมูลนี้เองที่ทำให้นักวิชาการเริ่มให้ความสนใจต่อการบริโภคโปรตีนเพื่อ ป้องกันโรคมากขึ้น



โปรตีนกับการลดน้ำหนัก

ปัจจุบัน โรคอ้วนกลายเป็นปัญหาใหญ่ของโลก นักโภชนาการมักแนะนำให้คนอ้วนลดการบริโภคไขมันเนื่องจากพลังงานสูงกว่าสาร อาหารอื่นๆ อย่างไรก็ตามวิธีลดความอ้วนที่ผู้คนให้ความสนใจมากวิธีหนึ่งคือการบริโภค อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ ซึ่งสามารถลดน้ำหนักได้รวดเร็ว แม้ในระยะยาวจะให้ผลไม่ต่างจากวิธีบริโภคอาหารไขมันต่ำก็ตาม วิธีการเช่นนี้ส่งผลให้ความนิยมบริโภคไขมันและโปรตีนสูงขึ้น

มีรายงานวิจัยที่สนับสนุนอาหารโปรตีนสูง-คาร์โบไฮเดรตต่ำว่าให้ผลดีกว่า อาหารคาร์โบไฮเดรตต่ำ-โปรตีนสูง-ไขมันสูง ข้อมูลจากวิทยาลัยแพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด อธิบายว่าเหตุที่อาหารโปรตีนสูง (แต่ไม่สูงมากจนเกินไป) ช่วยลดน้ำหนักได้เนื่องจากอาหารโปรตีนสูงอยู่ในทางเดินอาหารได้นานโดยใช้ เวลาย่อยนานกว่าคาร์โบไฮเดรต

การที่อาหารอยู่ในทางเดินอาหารเป็นเวลานานส่งผลให้คนเราอิ่มได้นานเมื่ออิ่ม นานทั้งยังใช้พลังงานในการย่อยมากกว่า ย่อมทำให้พลังงานโดยรวมที่ร่างกายได้รับในหนึ่งวันลดน้อยลง ผลที่ตามมาคือน้ำหนักตัวลดลง สิ่งที่ควรระวังก็คือ ความสนใจเฉพาะสัดส่วนของโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตในอาหาร หากมีมากเกินไปอาจทำให้ขาดความใส่ใจต่อสารอาหารกลุ่มอื่น อย่างเช่น วิตามิน เกลือแร่และสารไฟโตนิวเทรียนท์ที่มีมากในผักผลไม้ได้ ก่อให้เกิดการขาดสารอาหารอื่นๆ ตามมา



โปรตีนจากถั่วเหลือง

ปัจจุบัน ถั่วเหลืองได้รับความสนใจกันมากเนื่องจากเป็นพืชที่ให้โปรตีนสูง แม้จะเป็นโปรตีนที่ไม่สมบูรณ์เนื่องจากกรดอมิโนที่จำเป็นบางตัวในโปรตีนจาก ถั่วเหลืองมีปริมาณน้อยกว่าในเนื้อสัตว์ แต่ข้อด้อยในส่วนนี้แก้ไขได้ด้วยการบริโภคถั่วเหลืองร่วมกับพืชบางชนิด เช่น งา ธัญพืช หรือด้วยการเสริมโปรตีนจากนมหรือเนื้อสัตว์บางส่วน

องค์การ อาหารและยาของสหรัฐอเมริกาอนุญาตให้กล่าวอ้างว่าโปรตีนจากถั่วเหลืองอาจลด ความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ เนื่องจากโปรตีนจากถั่วเหลืองช่วยลดคอเลสเตอรอลชนิดแอลดีแอลหรือไขมันเลวใน เลือด ในส่วนของการป้องกันมะเร็งชนิดต่างๆ แม้จะมีการกล่าวถึงประโยชน์ของโปรตีนจากถั่วเหลืองทางด้านนี้อยู่บ้างแต่ยัง ไม่มีข้อมูลวิจัยใดๆ ที่ยืนยันได้เด่นชัดนัก



ข้อแนะนำการบริโภคโปรตีน

นักโภชนาการแนะนำให้บริโภคโปรตีนจากหลายแหล่ง เป็นต้นว่าจากทั้งพืชหลากหลายชนิด เช่น ถั่วเหลือง ถั่วเมล็ดแห้ง งา และ ธัญพืชขัดสีต่ำ และจากสัตว์ เช่น ปลา และสัตว์ปีก ในกรณีการบริโภคโปรตีนจากเนื้อสัตว์บกให้ระวังปัญหาจากไขมันสัตว์ ไว้บ้าง ที่สำคัญคือ ไม่ว่าจะเป็นโปรตีนจากพืชหรือสัตว์ ควรรับประทานให้ได้ปริมาณตามสัดส่วนความต้องการของร่างกายแต่ละคน การรับประทานมากจนเกินไปอาจส่งผลเสียต่อมวลกระดูกทำให้เกินปัญหากระดูกโปร่ง บางได้


บทความที่ได้รับความนิยม